Home > สาระน่ารู้เกี่ยวกับการวิ่ง

ทางออกของ.....ทางตัน 2
โดย อ.เปา ( เวลา 08:48:00)
NO IMAGES
 
ทางออกของ.....ทางตัน 2
 

มีเรื่องราวของแนวหน้า หรือ แนวไหนๆที่แปลกมากเรื่องหนึ่งก็คือ
ถึงจุดหนึ่งแล้ว แม้จะซ้อมหนักก็แล้ว ซ้อมเร็วก็แล้ว

ทุ่มเทกับการซ้อมก็แล้ว....ยังไม่สามารถทำสถิติให้ดีขึ้น


เหมือนกับว่า ความก้าวหน้าที่จะมีต่อไปคือการเข็นครกขึ้นภูเขา

มี 5 เหตุผลที่บอกถึงสภาพที่เกิดทางตันขึ้น แสดงไว้ 1 ข้อแล้ว


เหตุผลที่ทำผิดข้อที่ 2 คือ......

ในสมัยเมื่อย้อนหลังไปตลอด 50 ปีก่อน...นักวิ่งหรือโค้ช เรียนรู้ว่า...
หนทางในการฝึกที่ถูกต้องคือมีการเตรียมหลายๆด้าน หลายๆระยะ

โดยเฉพาะต้องเน้นให้เป็นการออกแบบสำหรับการแข่งอย่างแท้จริง..คือเตรียมตัวกันให้ดีอย่างยาวนาน
เป็นคำภีร์ที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน....ใช้กันมานาน

ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่า...การฝึกเพื่อแข่งอย่างเจาะจงย่อมสามารถทำลายสถิติขึ้นใหม่ได้


ดังนั้นเป้าหมายการฝึกจึงมุ่งไปที่เพิ่มการฝึกและเพิ่มคุณภาพการฝึก
ซึ่งเป็นแนวโน้มแบบนั้น อย่างจริงจัง

ซึ่ง....สิ่งนี้กลายเป็นเกินความพอดีพอสมแก่ร่างกายและจิตใจที่ใช้ในการฝึก
เป้าหมายกลายเป็นความเครียด และผลเสียที่ยังมองไม่เห็น
เมื่อเกิดผลร้ายจึงส่งให้การคิดแก้ทางตันขึ้นมา...ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า
ปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

แล้วเหตุใดจึงเกิดทางตันขึ้น คือสถิติต่างๆหยุดนิ่ง..ไม่ดีขึ้นดังคาดหมาย ?

คำตอบเรื่องนี้คือ..."โปรแกรมการฝึกเพื่อแข่งขันที่คิดว่าดีที่สุด เข้มที่สุดที่นำมาใช้...ถูกกระทำจนมากเกินไป"

คือกว่าจะรู้ว่ามากเกินไป.....ก็ติดอยู่ในสถิติเดิม จนแทบหาทางออกไม่เจอ

ลองพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาตรงจุดไปที่แผนการฝึก..ที่ใช้ในการแข่งโดยเฉพาะ

เหตุผลสำคัญในการฝึกที่ดีควร...ควรเป็นการฝึกที่ยังไม่ต้องเข้มข้นหรือหนักมากในระยะที่ยังไม่มีการแข่งขัน

ควรเป็นเรื่องฝึกแบบทั่วๆไปที่รวมเอาการฝึกวิ่งขึ้นเนินเข้าไปด้วย
ซึ่งเป็นการฝึกช่วงเตรียมตัวควรใช้ระยะการฝึก 70-75 % ของการฝึกทั้งหมดก่อนเข้าสู่ความเข้มข้น
ส่วนที่เหลือ 25-30 % ควรสำหรับแข่ง จึงเป็นการฝึกแบบเข้มข้นกว่าปกติ

คำแนะนำหลังๆจึงบอกสั้นๆว่าฝึกแบบ 70 / 30
คือฝึกอย่างเข้มข้นก่อนแข่งขันควรมีขนาดเพียง 30 % ของการเตรียมตัว

และสิ่งนี้ควรลงมือก่อนการแข่งขันเพียง 6- 7 สัปดาห์ก่อนการแข่งอันยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้น

ไม่ใช่.....เข้มข้นตลอดฤดูการฝึกนั่นเอง




ความผิดในข้อที่ 2 คือ...

"โปรแกรมการฝึกเพื่อแข่งขันที่คิดว่าดีที่สุด เข้มที่สุดที่นำมาใช้...ถูกกระทำจนมากเกินไป"


................................................................................................

เหตุผลที่เป็นความผิดในข้อที่ 3 คือ

ในระยะหลังๆเรามักเห็นนักวิ่งชอบที่จะวิ่งมาราธอนให้มากรอบขึ้น ทั้งการฝึก และทั้งการวิ่งมาราธอน
และพยายามจบการวิ่งหลายๆมาราธอนอย่างรวดเร็วจากมาราธอนหนึ่ง...ต่อไปอีกมาราธอนหนึ่ง
โดยเข้าใจว่า..ยิ่งฝึกมาก..ยิ่งลงสนามมารธอนมากๆยิ่งดี


ความจริงที่แปลกประหลาดคือนักวิ่งยิ่งลงสนามยาวๆบ่อยๆจนเกินไป...สถิติก็จะยิ่งยืนอยู่ที่ระดับเท่าเดิม ไม่อาจดีขึ้น

แท้จริงนักวิ่งควรมี "ระยะปลอดมาราธอน" ในแต่ละช่วงของปี
เน้นกันไปตรงๆที่...ไม่วิ่งมาราธอนกันเลยในช่วงนั้นๆ

เหตุผลคือ.. เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากการบอบช้ำอย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง

ทำไมการทำ "ระยะปลอดมาราธอน" แบบนี้จึงแก้ไขปัญหาการติดหล่มได้...?
คำตอบคือสภาพร่างกายนั่นเอง มีโอกาสคืนสภาพได้สมบูรณ์

เราอาจสังเกตุว่าในช่วงฤดูร้อน....เป็นช่วงที่ไม่ควรไปวิ่งมาราธอนเอาเลย
เพราะสภาพอากาศร้อน...ไม่เหมาะแก่การฝึกและการแข่งยาวๆ
สิ่งที่ควรทำก็คือถ้าอากาศร้อน....ก็ควรเลือกฝึกวิ่งเร็วในระยะที่สั้นลง
คือเลือกวิ่งเร็วกว่าเดิมที่ระยะ 5 กม.... 10 กม. แต่บ่อยขึ้น....แทนการวิ่งเร็วปกติ
ผลจากการฝึกเร็วๆในระยะสั้น...จะส่งไปถึงช่วงวิ่งมาราธอนได้


ความผิดในการฝึกจนติดหล่มข้อที่ 3

คือ....การฝึก/การลงสนามมาราธอนบ่อยๆและกระชั้นชิดเกินไป 



 
 http://www.bangkhunthianjoggingclub.com/webboard_ans.php?id=042067
 
แสดงความคิดเห็น  
ไม่มีข้อความแสดงความคิดเห็น
 
การแสดงความคิดเห็น สำหรับสมาชิกเท่านั้น
สมัครสมาชิกได้ ที่นี่ คลิก
 
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.