Home > สาระน่ารู้เกี่ยวกับการวิ่ง

วิ่งจ๊อกกิ้งคืออย่างไร ?
โดย อ.เปา ( เวลา 08:33:00)
NO IMAGES
 
วิ่งจ๊อกกิ้งคืออย่างไร ?
 

การวิ่งเป็นกีฬาและการออกกำลังกายแบบแอโรบิค
ที่เป็นที่นิยมสูงสุดในขณะนี้
เนื่องจากการซ้อมไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือเสียค่าใช้จ่ายน้อย
การวิ่งเพื่อสุขภาพก็เรียกในหมู่คนไทย ควรเป็นการวิ่งเหยาะๆ

ทั่วโลกเขาเรียกการวิ่งยอดนิยมนี้ว่า วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือ วิ่งเหยาะๆ (Jogging)

ฟังแล้ว เข้าใจทันที !!!

ต้องเข้าใจให้ดีว่า...มันต่างกับการวิ่งแข่งขัน
และต้องไม่กล่าวว่าวิ่งจ๊อกกิ้งคือการแข่งกัน
ถ้าจะแข่งกันก็เรียกให้ถูกต้องว่า มาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน มินมาราธอน

ถ้าจ๊อกกิ้งเรามักเรียกเป็นเวลา เช่น จ๊อก 30 นาที 60 นาที

เราจึงมักสับสนระหว่างวิ่งแข่งขันกับวิ่งจ๊อกกิ้ง

การวิ่งเหยาะๆ คือการวิ่งที่ไม่ต้องการความเร็วสูงสุด

เป็นการวิ่งแบบเบาๆ ไม่หักโหม ทุกอย่างเป็นไปตามสบายๆ ควบคุมการวิ่งให้เหมาะสมแต่ละคน


การวิ่งแบบนี้เป็นกีฬาและ การออกกำลังกาย ที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

ไม่ใช่จะเอาชนะกัน...จนขาดใจตายกลางสนาม
ไม่ใช่วิ่งให้ยาวที่สุดในชีวิตจนหมดเรี่ยวหมดแรง

แต่เป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนในร่างกาย จนมีสุขภาพดีขึ้น



สุขภาพที่ดีขึ้น มีความหมายถึง...เช่น
ความดันโลหิตลดลง น้ำตาลในโลหิตที่สูงก็ลดลง
อาการปวดข้อหรือปวดกระดูก ในผู้หญิงวัยหมด ประจำเดือน หายไป
อาการปวดแน่นหน้าอกก็ไม่เกิดขึ้นอีก และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง

แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีการปฏิบัติหรือ
มีการเตรียมความพร้อมของร่างกายที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
คือเป็นการวิ่งเตรียมการวิ่งที่ผิดวิธี
เมื่อวิ่ง ก็อาจเกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายได้ เช่น ...

สันหน้าแข้งอักเสบ พังพืดอักเสบบริเวณ ส้นเท้าเจ็บ
ปวดหลังและเอว เท้าแพลง ผิวหนังพอง ถลอก ไหม้ เป็นต้น

เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ...
รองเท้าที่ใช้วิ่งจะต้องมีพื้นรองส้นเท้า นิ่ม
หรือเสริมที่รองส้นเท้าเป็นยางนิ่มมากๆ
และพื้นรองเท้าควรมี ส่วนโค้งนูนขึ้นสำหรับอุ้มเท้า
หลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นที่แข็ง
การวิ่งบนพื้นดินดีกว่าการวิ่งบนพื้นยาง
พื้นยางดีกว่าคอนกรีต
การวิ่งบนพื้นหญ้าดี แต่อาจจะมีหลุม หิน หรือสิ่งอื่นๆที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ไม่ควรวิ่งแบบออกแรงกระแทกที่ส้นเท้า เข่า ข้อเท้า เท้าและนิ้วเท้า

การปฎิบัติก่อนและหลังการวิ่งจ๊อกกิ้ง

เรื่องที่ต้องทำเป็นสิ่งแรกคือ ควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนการวิ่งทุกครั้ง


เรื่องที่ต้องทำเป็นสิ่งสุดท้ายหลังการวิ่งคือ ควรมีการค่อยๆเย็นลงของร่างกายหลังการวิ่งทุกครั้ง

ต้องจดจำคำว่า "อบอุ่นให้ขึ้นใจ ก่อนวิ่งทุกครั้ง"

การอบอุ่นร่างกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงตัวอ่อนตัวลงบ้าง
เพื่อเผชิญกับการถูกยืดหรือ เหยียดอย่างกระทันหันในขณะวิ่ง
ทำให้เกิดความ คล่องตัว ยืดหยุ่นและอดทนได้ดี
เสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บได้น้อยที่สุด

ถ้าถามว่า ยืดเหยียดอะไรบ้าง ? คำตอบใหญ่ๆคือ

1. การยืดกล้ามเนื้อต้นขา (Hamstring stretch)
2. การยืดกล้ามเนื้อน่อง (Calf stretch)

การยืดกล้ามเนื้อต้นขา ต้องยืดทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
เพราะเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ทีกำลังมาก

การยืดกล้ามเนื้อน่องเพื่อให้พร้อมสำหรับการวิ่งนั้น
สามารถ ปฏิบัติได้ดังนี้ยืนหันหน้าเข้าฝาผนัง
ก้าวเท้าขวามาข้างหน้า งอเข่าขวา
พร้อมกับยกมือทั้งสองยันผนังไว้ในระดับหน้าอก เหยียดขาซ้ายให้ตึง
จะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อน่อง ที่ขาข้างซ้ายเกิดอาการตึงตัว
ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที จึงเปลี่ยนสลับปฏิบัติกับขาอีกข้างหนึ่งบ้าง
ทำซ้ำประมาณ 8 ครั้ง
จะช่วยให้กล้ามเนื้อน่องพร้อมสำหรับที่จะออกกำลังกายในการวิ่งต่อไป

 
 
โดย อ.เปา

 

http://www.bangkhunthianjoggingclub.com/webboard_ans.php?id=051091

 
แสดงความคิดเห็น  
ไม่มีข้อความแสดงความคิดเห็น
 
การแสดงความคิดเห็น สำหรับสมาชิกเท่านั้น
สมัครสมาชิกได้ ที่นี่ คลิก
 
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.