Home > สาระน่ารู้เกี่ยวกับการวิ่ง

การจะวิ่งให้เร็วขึ้นมีหลายทาง
โดย ( เวลา 09:12:00)
NO IMAGES
 
การจะวิ่งให้เร็วขึ้นมีหลายทาง
 

ช้าไม่เป็น เร็วไม่ได้


คำนี้ผมได้ยินมานานแล้ว และก็เชื่ออย่างนั้นด้วย

เวลามีการสอนให้วิ่งให้เร็วขึ้น..ก็ไม่พ้นวิธี interval

ซึ่งความหมายจริงๆก็คือวิ่งเร็วสลับช้า

วิธีวิ่งแบบ interval นี่แหละที่สร้างผู้ชนะมากมาย!!!
จึงเกิดสำนักอบรมสั่งสอนมากมายตามมา
วิธีนี้ใช้กันมายาวนานมาก
แล้วก็พลิกแพลงไปได้หลากหลายแบบ

นักวิ่งแนวหน้า...ก็พากเพียรซ้อมวิ่งอย่างรวดเร็ว

เพราะคิดว่า..."คนวิ่งเร็ว เพราะเคยวิ่งเร็ว"

ทั้งนี้มิใช่ว่าไม่มีการศึกษาหรอกนะ
เพราะ...นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นคว้าว่า

"ทำอย่างไรจะวิ่งได้เร็วขึ้น ?"

ความจริงมีเงื่อนไขที่ระยะ 42.195 กม. ไม่ขอพูดถึง

ก็เลยมีการทดสอบให้นักวิ่ง....วิ่งให้เร็วสุดกำลัง
เวลาที่นักวิ่งกำลังเหนื่อย...เขาก็เจาะเอาเลือดไปตรวจ

ก็พบว่า....มันมีกรดแลคติคมากมาย


การพบตรงนี้จึงชี้ตรงไปที่สารนี้ว่า..มันทำให้พ่ายแพ้
จึงเกิดวิชาการตามมาหลายเล่ม

การศึกษาอย่างจริงจังก็ตามมา
ก็พบว่า....เจ้ากรดแลคติคนี่เองที่มันทำให้นักวิ่งก้าวขาไม่ออก

เมื่อสิ่งนี้ไปยับยั้งการวิ่ง ก็ต้องหาทางกำจัดให้น้อยลง หรือหมดไป

ความคิดก็เกิดว่า....แล้วทำไงร่างกายจะกำจัดได้รวดเร็ว ?

ก็พบในการทดสอบว่า...

คนที่หายใจได้ดี มีปอดใหญ่ มีปอดแข็งแรง
มักจะกำจัดแลคติคได้ดี รวดเร็ว


คนทั่วไปจึงเรียก...นักวิ่งปอดเหล็ก
เพราะเข้าใจว่า...วิ่งเร็วได้ด้วยปอดเป็นสำคัญ

คือสรุปสั้นๆว่า....ใช้อากาศได้ดีกว่าคู่แข่ง
ผลออกมาเรียกอาการตัวเก่งนี้ว่า VO2max
ชี้ลงไปได้ว่าใครเก่งจริง...ดัชนีตัวนี้จะสูง

แต่มีนักคิดอีกพวกคิดว่า....ถ้าร่างกายเคยกำจัดแลคติคบ่อยๆ มันก็จะกำจัดได้เร็ว
ผลคือก็จะไม่เหนื่อย เมื่อไม่เหนื่อยความเร็วก็ไม่ตก

ได้คิดแบบนี้แล้ว ก็เกิดวิธีซ้อมแบบให้ร่างกายเคยชินกับกรดแล็คติคนี้

ทำยังไงจะเกิดกรดแลคติคให้ร่างกายได้คุ้นเคยหรืออดทนต่อสารนี้ ?

คำตอบคือ...วิ่งให้เร็วก่อน จะมีแลคติคเกิดในร่างกายให้กำจัด

เพราะการเพิ่มพลังกำจัดแลคติค...จึงต้องเพิ่มแลคติคก่อน

พวกนี้ก็เลย...ซ้อมวิ่งเร็วเป็นหลัก
ผลก็คือ....ได้แชมป์ไปครองสมใจหลายรุ่นหลายคน

นักวิ่งหน้าใหม่...ก็เอากับเขาด้วย
คิดว่า...เจอแล้วโว้ย วิธีที่จะเป็นแชมป์

ผลคือ..เดี้ยง

เสียผู้เสียคนไปมากมาย.....ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ?

คำตอบคือ....ร่างกายไม่พร้อม !!!

ตอบแบบนี้เพื่อให้เห็นปัญหาว่า...
จะวิ่งเร็ว-ต้องซ้อมช้ามาก่อน
หรือ..จะวิ่งเร็วต้องเตรียมตัวให้ดี

อย่างที่จั่วหัวว่า..."ช้าไม่เป็น เร็วไม่ได้"


ลองกลับหัวดู...
จะกลายเป็น " เร็วไม่เป็น เร็วขึ้นไม่ได้ "

คือคำพูดเดียวกันนั่นแหละว่า..จะเพิ่มความเร็วจากเดิม มีที่มาอย่างไร

ความหมายว่าถ้าคุณเร็วอยู่แล้ว...ก็ต้องการเร็วขึ้นอีก

เมื่อมีหลักว่า...จะพยายามเจอกับกรดแลคติคให้คุ้นเคย
นักแข่งก็เลยซ้อมที่ความเร็ว....ปริ่มขอบ

คือซ้อมขณะที่...ร่างกายท่วมไปด้วยแลคติค
มีภาษาว่า lactase threshold คือเป็นจุดที่คุณเจอกับแลคติคแน่นอน

แปลให้เข้าใจคือ....ซ้อมในตำแหน่งที่เหนื่อยแทบตาย !!!
เรียกว่า...ยืดเส้นตายให้มันสูงขึ้น
อาจเป็นวิธีรอให้คู่แข่ง...ตายก่อนก็ได้

แต่การวิ่งอยู่ในเขตที่เต็มไปด้วย แลคติค
เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก...เพราะ
กรดแลคติคมันจะทำลายเนื้อเยื่อของเจ้าของ

นักวิ่งที่เอาแต่ซ้อมเร็ว....จึงบาดเจ็บ

ดูได้จากสภาพตอนซ้อมเสร็จในแต่ละวัน...อาการจะออกมาเหมือนคนป่วย !!!

คืออ่อนเปลี้ยเพลียแรง ปวดเมื่อยไปทั้งตัว...นี่คือผลร้าย
แต่....นักแข่งคิดว่านี่คือผลดี ร่างกายจะได้พัฒนา

ถ้าผลร้ายเป็นอยู่อย่างเรื้อรัง...ก็จบชีวิตนักวิ่ง เข้าสุสานไป !

ต่อมาในยุคหลังๆ....มีคนที่เปลี่ยนการซ้อมจากแบบเดิม
แล้วก็ทำการวิจัย...เพื่อผลที่ดีกว่า

ก็พบว่า....การวิ่งที่ช้าลงบ้าง ให้ผลดีกว่า

คือตัดการบาดเจ็บลงไปสิ้นเชิง !!!
ขณะเดียวกันก็ไม่ให้ระดับแลคติคมีมากเกินไป
อาศัยการอยู่กับแลคติคนานขึ้น..ร่างกายก็ทำงานได้
ระบบกำจัดแลคติคก็กำจัดได้เร็ว ไม่เห็นต้องไปทรมาน

การฝึกซ้อมของแชมป์จึงเปลี่ยนมาเป็น...

ลดความเข้มข้นลงแต่....เพิ่มปริมาณการซ้อมมากขึ้น

และได้บทสรุปว่า ความเร็วมาจากการซ้อมมาก

อย่าเข้าใจผิดว่า ความเร็วมาจากซ้อมมาก + ซ้อมเร็ว

อาจจำไว้ง่ายๆว่า....

ถ้าคุณจะซ้อมเร็ว...อย่าซ้อมมากไป
ถ้าคุณซ้อมมาก....อย่าซ้อมเร็วไป

ทางประเทศเยอรมันได้บทสรุปเป็นอักษร 3 ตัว คือ SLD
เขียนเต็มๆว่า Slow long distance

อย่าคิดว่า slow แปลว่า ช้า ต้องแปลว่า ความเร็วปกติที่มีอยู่เดิม

เป็นหลักใช้ได้กับทุกวัยที่เป็นนักวิ่ง

เพราะระบบนี้... ซ้อมแล้วจะวิ่งได้เร็วขึ้น ไม่ว่าในระดับไหน

คนที่เป็นนักแข่ง..เมื่อชนะใครไม่ได้อีกแล้ว
ถ้าอยากจะวิ่งให้เร็วขึ้น ก็ต้องใช้ SLD นี่แหละ


นี่คือความหมายว่า ความเร็ว กับ ความยาว มีผลให้เร็วขึ้นได้ทั้งคู่

เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็แล้วแต่สภาพของตัวเอง

อย่าไปมองว่า มี เพียง 2 ทาง

อย่ามัวไปคิดว่า...คนวิ่งเร็วเพราะเคยวิ่งเร็ว คิดแบบนี้มันเก่าแล้ว

เพราะ....การจะวิ่งให้เร็วขึ้นมีได้หลายทาง

คือวิ่งเร็ว....วิ่งยาว....วิ่งเร็วผสมวิ่งยาว

 
 
โดย อ.เปา

 

http://www.bangkhunthianjoggingclub.com/webboard_ans.php?id=053310

 
แสดงความคิดเห็น  
ไม่มีข้อความแสดงความคิดเห็น
 
การแสดงความคิดเห็น สำหรับสมาชิกเท่านั้น
สมัครสมาชิกได้ ที่นี่ คลิก
 
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.