กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
เส้นทางแห่งชีวิต.....ที่คิดจะเดินออกมาจากเส้นทางสายมะเร็ง
 

เส้นทางแห่งชีวิต.....ที่คิดจะเดินออกมาจากเส้นทางสายมะเร็ง....

การเป็นมะเร็งไม่ใช่เรื่องยาก...แต่การที่จะต้อง
เอาชีวิตให้รอดพ้นจากการเป็นมะเร็งแล้ว นี่สิ...
มันยากเหลือหลาย....การรักษาตัวนั้น
ถึงแม้จะหยุดยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด
และไม่มีคำว่าหายจากโรค...อีกทั้งไม่มีคำว่าไม่
สูญเสียระบบต่าง ๆ ในร่างกายหรือแม้กระทั่ง
อวัยวะบางส่วนของร่างกาย หรืออวัยวะ
หลาย ๆ อย่างในร่างกาย ต้องถูกเซ่นสังเวยให้กับ
มะเร็งโดยไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด และ
บางครั้ง ไม่สามารถจะเรียกอวัยวะส่วนที่เสียไปแล้วนั้นกลับคืนมาให้เป็นปกติดังเดิมได้....ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทางธรรมชาติแล้วก็ตาม แต่อวัยวะที่สูญเสียไปกับการที่ต้องเข้ากระบวนการรักษานั้นบางอย่างไม่สามารถเรียกคืนได้ดังเดิม และถึงแม้อวัยวะบางอย่าง
ยังไม่ถึงกับสูญเสีย หรือเสียหาย แต่การ
ที่จะกลับมาใช้ได้ดังเดิมนั้น...เป็นไปแทบไม่ได้เลยปัญหาหลัก ๆ ใหญ่ ๆ ของการที่ไม่ประสบ
ผลสำเร็จในการรักษาตัวเองก็คือ มุมมอง...ความคิด...ความเข้าใจ....และที่สำคัญคือศรัทธาอย่างมีสติ อุปสรรคที่จะทำให้ไม่สำเร็จก็คือ ความไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ความคิดในลักษณะอคติ ในสิ่งที่ตัวเองไม่ศรัทธา และดูแคลน การใช้วิถีชีวิตในแนวทางแห่งธรรมชาติ อย่าลืมว่าธรรมชาติเป็นสิ่งที่เป็นคุณแก่ผู้ที่เข้าถึงและเข้าใจหากเรามีเวลาให้กับ สติ ทำให้สงบ และจะพบกับคำว่าสว่าง
ตามหลักของธรรมะ...ที่ควบคู่ไปกับธรรมชาติ
และขอให้ตระหนักไว้เสมอว่าธรรมชาติป็นผู้ให้ชีวิตจงใช้ชีวิตให้ใกล้ชิดธรรมชาติ...แล้วโอกาสที่เราจะพบกับการมีสุขภาพที่ดีนั้น....อยู่แค่เอื้อมเองครับ
 
 
โดย ภูมิชีวิต [5/08/2016 17:46]
 

ความคิดเห็นที่ 1
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(25/02/2014 14:30)

 
 
ถนนสายมะเร็ง....กับแค่ความคิดกลายเป็นพิษได้ไง...มะรุ้สิ
วิธีคิดป็นส่วนหนึ่งในองค์รวมของการปฏิบัติตัว
โดยใช้แนวทางธรรมชาติในการบำบัดรักษาตัวเอง...
กับความคิดที่เต็มไปด้วย..."อคติ"...และไม่ว่าความคิด
ที่เป็นอคตินั้นจะถูกหรือผิดก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบ
กับภูมิต้านทานของร่างกายทั้งสิ้นโดยเฉพาะผู้ป่วย
ที่เป็นมะเร็ง...ทางออกของการบำบัดอาการ อคติ นี้ได้
ง่ายดาย ก็โดยน้อมนำเอาหลักของธรรมะแบบง่าย ๆ
ให้เข้ามาในจิตใจคือหลักของความเมตตา อภัย เข้าใจ
ผู้อื่น และที่สำคัญมากคือการรู้จักตัวเอง ความสำคัญ
ประการหนึ่งในการที่เราจะเข้าใจธรรมะได้นั้น ต้องเกิด
ขึ้นจากสำนึกโดยธรรมชาติก่อน ยิ่งบางท่านอาจจะ
พอรู้และเข้าใจนี่นับว่าเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งดี
เจตนารมณ์ในการฝึกให้ได้ก็เพื่อเป็นพลังส่วนหนึ่ง
ในการที่จะนำไปใช้เพื่อการบำบัดโรคร้ายให้ทุเลาลงได้
การที่เราสามารถรอบรู้ เก่ง หรือชำนาญ ในทางหนังสือ
อย่างเดียวไม่ได้เป็นคำตอบที่ใช่เสมอไปครับ...
การน้อมนำเข้ามาปฏิบัติด้วยตัวเองนั้น จะมีคำตอบ
ที่ชัดเจนแม่นยำกว่ามากมายครับ และเป็นบทเรียน
ที่ผู้ปฏิบัติได้ความรู้โดยไม่ต้องจำ...
คนเราเวลามี อคติ ที่เกิดขึ้นในใจ ไม่ว่าจะคิดอย่างไร
ก็เป็นผลลบกับตัวเองทั้งสิ้น....เพราะสิ่งนี้จะก่อให้เกิด
มลภาวะทางอารมณ์สั่งสมมากเข้าก็กลายเป็นความเครียด
ที่ค่อย ๆ สะสมในร่างกาย และยิ่งถ้าบวกกับ ทิฐิ
เข้าไปด้วยแล้วละก็รับรองกู่ไม่กลับเลยครับ จะยิ่งส่งผล
กระทบกับตัวเองทั้งนั้น...คนเราพอเครียดก็ต้องลงที่ระบบ
ย่อยอาหาร และพาลกระทบเป็นลูกโซ่ บ้างก็เป็น
โรคฮิตมากคือกรดไหลย้อน บางคนเป็นมากทั้งแสบ
ท้องแน่นหน้าอกและล้นไปถึงลำคอก็มี นี่คือสิ่งที่
สามารถจะเกิดกับเราได้หากเราไม่สามารถจะปรับวิธีคิด
ให้เป็นคุณกับตัวเอง และยิ่งแย่ไปกว่านั้นถ้าหากเรา
ปล่อยให้เจ้า อคติ นี้จมอยู่ในจิตใจเราโดยไม่กำจัดออกไป
ทุกครั้งที่ อคติเกิดขึ้นในใจเรา มันจะทำร้ายเราก่อน
เป็นอันดับแรก...และถ้าเราควบคุมไม่ได้ดีไม่ดี คนอื่น
อาจจะมีผลกระทบไปด้วย....ด้วยความปรารถนาดีครับ...

เนื่องในโอกาสที่ปีเก่ากำลังจะผ่านไปและปีใหม่กำลังจะมาแทนที่
ผมก็ขอสวัสดีปีเก่า....ต้อนรับปีใหม่...ขอมอบความสุขจากใจให้กับคุณสันติฯประธานชมรมวิ่งบางขุนเทียนและคุณสุเทพ บางขุนเทียน ตลอดจนโปรกล้องชาวบางขุนเทียน และพี่น้องชมรมวิ่งบางขุนเทียนทุก ๆ ท่าน ขอให้มีความสุข สดชื่น สมหวังตลอดทั้งปีและตลอดไปครับ...จากใจภูมิชีวิต
   

ความคิดเห็นที่ 2
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(27/02/2014 17:00)

 
 
...ถนนสายมะเร็ง...ตับ...ตับตับตับ...ตับ.....
....ก่อนอื่นผมขอทำความเข้าใจสักนิดก่อนว่า
เป็นการคุยตามประสาคนมีประสบการณ์ชีวิต
ไม่เกี่ยวกับเรื่องราว ที่เป็นวิชาการใด ๆ
นะครับ เพียงอยากให้รับรู้ว่าโอกาสที่เราสามารถ
ช่วยเหลือ ดูแล ป้องกันชีวิตของเราเอง
ให้รอดพ้นจากความตายได้โดยวิถีแห่ง
ธรรมชาติได้เช่นกัน...ซึ่งนี่ก็เป็นทางออก
ของชีวิต...สำหรับผู้ที่หมดทาง
และมองหาแนวทางที่คิดว่าอาจจะช่วย
ให้มีความหวังครับ....

ตับก็เป็นอีกอวัยวะหนึ่งที่อยู่ในร่างกาย และมีความสำคัญมากๆ รองมาจาก
หัวใจ คนเราถ้าหากว่าตับไม่ทำงาน หรือ
ทำงานได้ไม่เป็นปรกติเมื่อไร...ปัญหาใหญ่
ย่อมเกิดตามมากับเจ้าของตับนั้นแน่นอน
โดยเฉพาะตัวผมเองนั้นได้ประสบกับ
ความจริงนี้มาแล้วด้วยตัวของผมเองครับ
และจากประสบการณ์นี้ ก็ทำให้ข่าวคราว
ของผมได้เป็นที่รู้จักของหลาย ๆ คน และ
เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสมาคุยกับผม
ผมก็อดที่จะถามไม่ได้ว่าทราบข่าวคราว
มาจากไหนบางคนก็บอกว่ารายการ TV.
บ้างก็บอกอ่านจากนิตยสาร
และบ้างก็ทราบจาการสมัครเข้าคอร์สสุขภาพ
แต่สิ่งที่น่า เสียดายมากที่สุดคือ...เมื่อแรกเกิดปัญหาของตับ ร้อยทั้งร้อย
จะไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไร เพราะอาการ
ยังเป็นน้อย แต่หากไม่ระวังสังเกตุแล้ว
เจ้าตัวจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตับของตัวเอง
กำลังเริ่มผิดปกติ และเก้าสิบกว่าเปอร์เซนต์
ก็จะปล่อยไปจนกระทั่งมีอาการรุนแรง
ถึงจะได้ไปตรวจ แต่พอไปตรวจ
บางคนถึงกับช็อกเพราะผลการตรวจ
กลายเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย
วิธการง่าย ๆ พื้น ๆ ในการระวังป้องกัน
เรื่องตับก็คือการไปให้หมอ
ตรวจเลือดหาค่าเอ็นไซม์ตับ การหาเชื้อไวรัส
ในตับ ไขมันในตับ สำหรับตัวเราเองก็
หมั่นสังเกตุอาการท้องอืดแน่นท้อง ตัวเหลือง
ตาเหลือง อาการอ่อนเพลีย อาการเหล่านี้
อาจจะเป็นสาเหตุ ที่มาจากตับก็เป็นได้
คนที่เป็นโรคตับส่วนมากเป็นคนเครียดสูง
โมโหร้าย เจ้าอารมณ์ ........บางคนเมื่อผลการตรวจเกิดมีปัญหา ว่าเป็นมะเร็งตับแล้ว
ส่วนมากโอกาสรอดชีวิต น้อยมาก แต่
ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของมะเร็ง
นั้นว่าอยู่ระยะไหน ถ้าเป็นระยะสาม
ผมมองไม่เห็นทางรอดเลยครับ อาจจะมี
ชีวิตอยู่ได้ระยะหนึ่งครับ ช่วงเวลานั้นชีวิต
ก็จะอยู่ในกระบวนการรักษาของแผนปัจจุบัน
ซึ่งก็รักษาไป ตามหลักวิชาการครับ ส่วน
ผลลัพท์จะออกมายังไง ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
ของโรคว่ารุนแรงแค่ไหนครับ...
แล้วค่อยคุยกันต่อนะครับ
   

ความคิดเห็นที่ 3
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(12/03/2014 16:21)

 
 
ถนนสายมะเร็งตับ.....
ผู้ที่มาคุยสอบถามปัญหาและเรื่องราวของการใช้แนวทาง
ของธรรมชาติในการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองนี้.....
ส่วนมากทุกรายได้ผ่านการรักษาจากทางแผนปัจจุบันมาแล้วทั้งนั้น
ไม่มากก็น้อย...และมีอยู่รายหนึ่ง....เมื่อประมาณต้นปี 2553 ถ้าจำไม่ผิด
มีบุรุษนิรนามคนหนึ่งโทรศัพท์มาหาผม เล่าที่มาที่ไปได้เบอร์โทร
ผมมายังไง แล้วรู้เรื่องประวัติการป่วยของผมอย่างพอสมควร
ที่สำคัญรู้ว่าผมมีปัญหาเคยจะต้องตายเพราะอาการตับแข็ง
ซึ่งผลมาจากการให้เคมีบำบัด...ทำให้ผมคิดทันทีว่า คน ๆ นี้
สงสัยมีความตั้งใจจริง พูดคล้าย ๆ กับว่าศรัทธาอะไรประมาณนั้น
พอชายนิรนามนั้นพูดจบ.....ผมเริ่มถามก่อนว่ามีธุระอะไรหรือครับ
จากนั้นชายนิรนามก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง....
ชายนิรนามบอกว่าผมมีก้อนที่ตับครับตอนนี้คลำที่หน้าท้อง
ด้านขวาแข็งมากครับ.....พอผมได้ยินแบบนี้
ความรู้สึกหนึ่งวูบเข้ามาทันทีเลยว่าอย่างนี้...นับถอยหลังได้เลย ทั้ง ๆ ที่
ยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงคิดไว้ในใจ
แล้วผมก็ถามต่อ...ตอนนี้รักษาตัวยังไงครับ...ชายนิรนามบอกว่า
กำลังให้ทาง ร.พ.ตรวจรักษาอาการ...แล้วผลตรวจเป็นไงครับ ผมถาม...
ชายนิรนามตอบว่าเป็นมะเร็งตับครับ ผมถามอีกว่าก้อนใหญ่ขนาดไหน....
ชายนิรนามตอบ 7X11 ซ.ม.ครับ แล้วชายนิรนามก็พยายามขอให้ผม
แนะแนวทางวิธีปฏิบัติตัวตามแนวทางชีวจิต ผมถามอีกว่าทำไมคุณไม่
ไปให้แพทย์ตรวจรักษาล่ะครับ ชายนิรนามบอกว่าไปแล้วครับ แต่หมอ
จะต้องตัดชิ้นเนื้อที่ตับไปตรวจชายนิรนามไม่ยอม ผมถามว่าทำไมล่ะ
ชายนิรนามบอกว่าผมกลัวมะเร็งลุกลามครับถ้าตัดเนื้อตับออกไปตรวจ
ความที่ผมต้องการให้ชายนิรนามนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์น่าจะดีกว่า
ผมก็บอกว่าแล้วคุณคิดหรือว่าแนวทางนี้จะช่วยชีวิตคุณได้ ทำไมคุณไม่
ลองค้นหาแนวทางอื่น ๆ ดูละครับ เขารีบตอบทันทีว่าผมค้นหาในเน็ตมาทั่วโลกแล้วครับ...
.ผมก็ถามต่ออีกว่า
อ้าวแล้วได้แนวทางมาไม๊ครับ...เขาตอบว่าไม่มีแนวทางไหนถูกใจเลยครับ
ผมถามอีก...อ้าวแล้วรู้ได้ไงว่าแนวทางที่ผมทำอยู่นี้ดีและจะช่วยคุณได้...
เขาตอบตรงสวนกลับเลยครับว่า...ก็พี่มีประสบการณ์ตรงครับอันนี้แน่นอนครับ...
เจอแบบนี้ผมก็อึ้งไปเหมือนกันครับ.....แล้วค่อยคุยกันต่อนะครับ
   

ความคิดเห็นที่ 4
ตอบโดย : อ.เปา
(14/03/2014 11:37)

 
 
ขอสนับสนุนให้เล่าต่อเรื่อยๆครับ คนที่ยังไม่เป็นจะได้ระมัดระวัง

นี่แหละครับที่เรียกว่า...ให้ธรรมะเป็นทาน

   

ความคิดเห็นที่ 5
ตอบโดย : สวัสดิ์ วังบูรพา
(19/03/2014 12:02)

 
 
   

ความคิดเห็นที่ 6
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(23/03/2014 16:23)

 
 
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณ อ.เปา ที่กรุณาส่งเสริมและให้การสนับสนุนเรื่องราวของสุขภาพนี้เป็นอย่างดีเสมอมาครับ..และผมจะพยายามหาสาระเกี่ยวกับสุขภาพมาคุยให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้เผื่อว่าอาจจะเป็นแนวทางที่เหมาะกับผู้ที่สนใจ หรือเหมาะกับใครสักคนครับ.....

ถนนสายมะเร็ง...ตับ...(คุยกันต่อนะครับ)
.ผมก็เริ่มคิดอยู่ในใจว่าตาคนนี้ดูท่าจริงจังมากครับ
ผมก็เลยบอกว่างั้นเรามาเจอและคุยกัน....ก่อนที่ผม
จะแนะนำแนวทางและวิธีการปฏิบัติตัวตามแนวชีวจิตนี้...

.....สิ่งที่คุณควรทำควรสอบถามก่อนให้ละเอียดครอบคลุมคือ...แผนการรักษาของแผนปัจจุบัน
ให้ละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยให้ทราบชัดเจนเลยว่าอาการป่วยของคุณนี้รักษา
ได้หรือไม่ กี่เปอร์เซนต์ เพื่อประกอบ
การตัดสินใจในการเข้ากระบวนการรักษา
ตามแผนปัจจุบัน
......พูดคุยกับ พ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง ภรรยาและลูก
ให้เบ็ดเสร็จว่าคุณต้องการจะรักษาตัวเองด้วยวิธีไหนอย่างไร
จะได้ไม่เกิดปัญหา ข้อขัดแย้ง และต้องมาเสียใจกันภายหลัง
ส่วนแนวทางของชีวจิตนี้สามารถใช้ร่วมกับแนวทางของแผนปัจจุบันได้....ตามความเหมาะสม
ในลักษณะผสมผสาน....
ชายนิรนามก็รีบรับปากอย่างแข็งขัน ระหว่างที่เรา
คุยกันผมสังเกตุเห็นว่าเขามีอาการไข้อยู่ตลอดเวลา ผมก็เลยอดถามไม่ได้ว่า...คุณมีไข้
หรือครับ เขาตอบว่าใช่ครับพี่
ผมถาม...แล้วกินยาอะไรล่ะครับ เขาตอบ..
.กินพาราครับผมมีไข้เป็นเดือนแล้วครับ
ได้ฟังอย่างนั้นแล้วผมเองตกใจครับ
เป็นไข้สาเหตุจากตับกินยาพารา
ผมก็ได้แต่บอกว่าอย่างงี้ก็ยิ่งทำให้ตับแย่ลงสิครับ...
เขาบอกเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ....ผมก็เลยตัดบทบอก...เอางี้...คุณไปทำตามที่บอกมาให้
เรียบร้อยได้คำตอบแล้ว....ถ้ายังยืนหยัดยืนยัน
ว่าจะใช้แนวทางของการปฏิบัติตัวนี้แล้ว
ค่อยมาคุยกันในรายละเอียดอีกครั้งนะครับ
และระหว่างนี้คุณควรจะล้างพิษด้วยการ
สวนล้างลำไส้ใหญ่เพื่อกำจัดสารพิษ
ออกจากร่างกายเพื่อเป็นการช่วยลดภาระ
การทำงานของตับได้ด้วยในขณะที่ตับนั้น
มีปัญหาไม่สามารถจะทำหน้าที่ได้
ร้อยเปอร์เซ็นต์...เขารับปากแล้วก็หายไปหนึ่งอาทิตย์....
แล้วค่อยคุยต่อนะครับ....
   

ความคิดเห็นที่ 7
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(2/04/2014 15:00)

 
 
ถนนสายมะเร็งตับ......ศรัทธาเป็นที่ตั้ง

เขารับปากแล้วก็หายไปหนึ่งอาทิตย์..
.แล้วก็กลับมาคุยกับผมต่อ
โดยบอกว่าผมไปจัดการตามที่
พี่บอกหมดทุกอย่างแล้วครับ
ผมถาม...อะไรบ้างครับ..
.เขาตอบ...ผมไปพบหมอและได้คุย
รายละเอียดทุกอย่างโดยเฉพาะ
เรื่องความเป็นไปได้ของผล
การรักษาของผม....ว่าผลของ
การรักษานั้นได้แค่ไหนอย่างไร
คุณหมอบอกว่ามีโอกาส 50:50%
ครับ เพราะว่าก้อนใหญ่มาก
ขนาด 7X11 ซม.แต่ก่อนอื่น
หมอต้องตัดชิ้นเนื้อที่ตับไปตรวจก่อน
ผมไม่ยอมตัดครับ....และในช่วงก่อน
ที่ผมพบหมอนั้นผมมีไข้เป็นเดือน
กินยาก็ไม่หายผมมานึกทบทวนดูว่า
ผมทำดีท็อกซ์สามวันไข้ที่ผมเป็นหาย
เหมือนปลิดทิ้งครับ นี่แหละครับคือ
สิ่งที่ทำให้ผมยิ่งมั่นใจในการที่ต้อง
การจะใช้วิธีปฏิบัติตัวตาม
แนวทางของชีวจิต โดยผมมีพี่เป็น
ตัวอย่างได้อย่างดีเลยครับ
ผมก็ถามกลับอีกว่า...คุณทำดีท็อกซ์สามวัน
ไข้หายจริง ๆ หรือ?ครับพี่...เขารีบตอบ
แล้วเขาก็แสดงท่าทียื่นไม้ยื่นมือมาให้
ผมสัมผัสและเขายังสำทับอีกด้วยว่า
ยาผมก็ไม่ได้กินเลยครับ
ผมก็ลองสัมผัสได้จริง ๆ ว่าไข้เขาหายแล้ว
เพราะวันที่คุยกันผมเห็นเขามีไข้
อยู่ตลอดเวลา....แต่ตอนนี้ไข้เขาหายแล้วจริง ๆ

และอีกเรื่องที่ผมรับไปดำเนินการ
คือคุยกับครอบครัว ญาติพี่ น้องเรียบร้อยแล้วทุกอย่างครับพี่...ก็มีที่ไม่เห็นด้วย
และก็อ้างเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ ว่าแนวทาง
ธรรมชาตินี้ไม่ได้ใช้ยาเลยแล้วจะช่วย
รักษามะเร็งได้ไง...ไปเชื่อใครก็ไม่รู้
ก็ว่าไปถึงขนาดนั้น....คนอื่นพูดเพราะเขา
ไม่รู้และไม่เห็นแต่สำหรับตัวผม...
ผมทั้งรู้และทั้งเห็นของจริงจากพี่ซึ่งเป็น
ประสบการณ์ที่ผมก็ต้องการอย่างนี้เหมือนกัน
พี่อยู่ได้ ผมก็ต้องอยู่ได้เช่นกัน...สุดท้าย
ทุกคนเขาก็ขัดผมไม่ได้
เพราะผมไม่ยอม สรุปก็คือหลาย ๆ คน
ไม่เห็นด้วยแต่ไม่กล้าขัดผม เพราะ
ผมตัดสินใจเลือกแล้ว
ต้องตามใจผม...เขาพูดในที่สุด.

ในเมื่อเขามีความตั้งใจจริงและ
ศรัทธาในแนวทางนี้...
อย่างที่ผมคิดไว้แต่แรกว่ารายนี้อยู่
ในระยะที่เรียกว่านับถอยหลังและ
อยู่ได้อีกไม่นาน ...แต่ในเมื่อเขามี
ความตั้งใจจริงก็ลองดูครับ....
และก่อนที่ผมจะร่ายยาวเรื่องราว
ของประสบการณ์ชีวิต
จนกระทั่งมาถึงวิธีที่ใช้ปฏิบัติตัว
ตามแนวทางของชีวจิตนี้
ผมบอกเขาว่าก่อนอื่นขอให้คุณทราบ
ไว้เลยว่าผมจะไม่โทรติดตามหรือรบกวนคุณ
...คุณต้องเป็นฝ่ายเกาะติดผม
ตลอดไป เพราะการโทรไปหาอาจจะ
เป็นการรบกวนและอาจจะก่อให้เกิดความ
รำคาญได้ เขารีบตอบตกลงทันที
ผมเห็นสภาพการลากลับไปของเขา
อย่างคนที่มีหวังและสมหวังกับสิ่งใด
สิ่งหนึ่งที่เขาต้องการยึดเอาแนวทาง
ของชีวจิตในการปฏิบัติตัวมาอย่างเคร่งครัด
เมื่อถึงวิธีปฏิบัติตัวผมก็ให้เขาทำทีละขั้นตอนทุก ๆ อย่าง จนครบองค์รวมของการปฏิบัติตัว ....
ค่อยคุยกันต่อนะครับ
   

ความคิดเห็นที่ 8
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(22/04/2014 15:02)

 
 
ถนนสายมะเร็งตับ.....ปฏิบัติตัวอย่างแน่วแน่..แต่น่าเสียดาย...
ครับก็อย่างที่บอกว่า หลังจากคุยกันจบแล้วเขาก็กลับไปลงมือ ปฏิบัติทันทีโดยเริ่มจากการ
ทำดีท็อก เป็นอันดับแรก และ
มาบอกผมว่าทำสามวันเท่านั้นอาการไข้ที่เป็น
อยู่เป็นเดือน หายเลย...เหตุที่เขาดีขึ้นน่าจะเกิด
จากสารพิษได้ถูกกำจัด ออกจากร่างกาย
ได้ทุกวัน เป็นการช่วยให้ระบบในร่างกาย
ทำงานดีขึ้น....จากนั้นต่อมาก็เรื่องของการ
กินอาหาร...ผมก็บอกว่าอาหารของคุณนั้น
ต้อง เป็นอาหารที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ
ให้มากที่สุด..งดอาหารที่เป็น เนื้อ..หมูไก่..
ใข่..นม..หวาน มัน เค็ม และให้ปรุงแต่งน้อย
ที่สุด...ผมจะไม่ขอลง ในรายละเอียด..
.เขาพูดขึ้นมาว่าอาหารก็ไม่มีรสชาด
อะไรเลยสิพี่...ผมก็ตอบว่า ก็แบบว่า
กินไปร้องไห้ไป ประมาณนั้นแหละครับ
ลองไปทำดูเถอะครับเดี๋ยว คุณจะรู้ด้วยตัวเอง
ว่า กินไปร้องไห้ไปน่ะเป็นแบบไหน...
เขาก็ยังห่วงว่าอ้าว...แล้วเราจะได้โปรตีนจาก
ไหนละครับถ้าไม่มีเนื้อสัตว์เลย...ผมก็บอกว่า
อย่าเพิ่งมาห่วงเรื่องโปรตีนเลย...เอาชีวิตให้
อยู่ได้ก่อนเถิด...เขาก็รับไปลงมือทันที.... เมื่อคุยกันเรื่องการ กินอาหารแล้ว เรื่องต่อไปก็คือ
ผมให้เขาต้มน้ำ อาร์.ซี.ดื่มเป็นประจำ และ
ให้ดื่มน้ำเอ็นไซม์คั้นจากผัก โดยผมให้เขา
ใช้ผักสามชนิดคือ แครอท คื่นไช่
และมะระจีน หรือมะระขี้นก ก็ได้ คั้นดื่ม
ครั้งละชนิด ไม่ปนกัน เพราะเราต้องการ
เอ็นไซม์ จากผักชนิดนั้น ๆ เมื่อแนะนำ
ไปแล้ว....อีกสามวัน ต่อมาเขาได้โทรศัพท์
มาหาผมด้วยสุ้มเสียงที่สดใสและบ่งบอกถึง
อาการดีใจเป็นอย่างมาก ประโยคแรกที่เขา
บอกผมคือ...พี่ครับโอ้โฮ..ไม่น่าเชื่อ ว่าอาการ
ไข้ที่ผมเป็นมาเป็นเดือน ๆ แล้ว
ได้หายเหมือนปลิดทิ้งเลยครับพี่....ผมก็บอกว่า
ดีใจด้วยนะครับ...หลังจากนั้นมาอาการเขาก็
เริ่มดีวันดีคืน....

ต่อมาผมก็ให้เขาเริ่มออกกำลังกายโดยให้
เดินก่อน ระยะหนึ่ง....ต่อจากนั้นเขาก็สามารถ
เริ่มจ๊อกกิ้งได้เบา ๆ และสุดท้ายเขาได้มาจ๊อกกิ้ง
ไปพร้อม ๆ กับผม เขาดีใจมาก...ผมก็บอกว่า
รักษาระดับความเข้มข้นไว้นะครับและถ้ามี
ปัญหาอะไรก็มาคุยกันนะครับ....
และประโยคหนึ่งที่เขาพูดฝากกับผมไว้
ก็คือ.. "พี่ครับ...หากว่าชีวิตผมรอดไปได้ถึง
ปีใหม่นี้...ผมตั้งใจจะเอากระเช้าของขวัญ
ไปขอบพระคุณ พี่ที่เป็นแนวทางให้ชีวิตของผมมีทางออกครับ....
ในระยะแรก ๆ เขาเกาะติดอยู่กับผมตลอดเวลา
คอยโทรฯรายงานผลของการปฏิบัติตัวให้
ผมทราบ อยู่ตลอดเวลาโดยรายงานอาทิตย์
ละครั้ง จนกระทั่ง เขาแข็งแรงจนสามารถ
ใช้ชีวิตประจำวันได้แบบปรกติ
ประมาณปลายปี 53 อยู่ๆ เขาก็หายไป
ไม่ยอมโทรฯ
มาคุยกับผม สอบถามคนที่รู้จักก็บอกว่าเขา
เกรงใจผมไม่อยากรบกวน ผมก็คิดในใจว่า
อย่าให้เขาเลิกปฏิบัติตัวเลยเพราะอย่างที่
ผมบอกว่า เขามีสภาพที่เรียกว่าต้องนับ
ถอยหลัง และทำได้แค่ ยืดอายุตัวเองเท่านั้น
แต่จะได้นานแค่ไหนนั้นเป็น อีกเรื่องหนึ่ง...
.และต่อจากนั้นที่เขาหายไปได้ระยะหนึ่ง
พอรุ่งขึ้นอีกปีผมก็ได้ข่าวว่าเขา
ได้จากไปแล้ว....ผมเสียดายมากครับ....
ครับนี่เป็นเพียงเรื่องคร่าว ๆ ที่ผมไม่ได้พูด
ลงลึกมากนัก แค่นำมาคุยเพียง
ผิวเผินเท่านั้นครับ สิ่งที่ผมกังวลคือ
ไม่อยากให้กระทบกับความรู้สึกหรือ
สำหรับผู้ที่ไม่ได้เห็นพ้องด้วยกับแนวทาง
ชีวจิตนี้ครับ....ผมจึงต้องจำกัดเรื่องราวให้
พอดี ๆ ครับ... แล้วค่อยคุยกันใหม่นะครับ
   

ความคิดเห็นที่ 9
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(3/05/2014 15:24)

 
 
เส้นทางสายมะเร็ง....
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นประจำทุกวัน
เท่ากับเป็นการเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้ดีขึ้น
และทำให้โอกาสที่จะป่วยเป็นโรคร้ายแรงนั้น
น้อยลง แต่วิถีชีวิตประจำวันของเรามีผลกระทบ
กับระบบของร่างกายของเราทั้งสิ้นและทำให้บางครั้งเมื่ออายุของเรามากขึ้นระบบภูมิต้านทาน
ก็จะถอยลงตามอายุขัยเช่นกัน ฉนั้น ถ้าหากเราไม่ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เราก็จะประสบกับปัญหาสุขภาพได้ง่ายดาย
ทั้ง ๆ ที่เราออกกำลังกายเป็นประจำก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดโรคได้ เราจึงควรปฏิบัติให้ครบเป็นองค์รวมคือการกินอาหารและการออกกำลังกายให้สอดคล้องกันอย่างลงตัว ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันโรคได้อย่างดี แม้แต่โรคมะเร็งก็ไม่สามารถจะทำอันตรายเราได้ครับ...ด้วยความปรารถนาดี
   

ความคิดเห็นที่ 10
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(5/05/2014 10:49)

 
 
:regular_smileขอขอบคุณ คุณสุเทพ บางขุนเทียน
และทีมงานบางขุนเทียนทุก ๆ ท่าน ที่เห็นความ
สำคัญในการรักษาดูแลสุขภาพ และเปิดโอกาสให้
ผมได้มาคุยเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพนี้ครับ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คง
จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ นักวิ่งบ้างไม่มาก
ก็น้อยครับ อย่างน้อยทุกครั้งที่คิดถึงสุขภาพ
ก็ขอให้คิดถึง...ภูมิชีวิต...ครับ เพราะ...
ความหมายของ ภูมิชีวิต ก็คือภูมิต้านทาน
ของตัวเราในทุก ๆ คน และผมพร้อมที่จะนำ
เรื่องราวของการดูแลสุขภาพในรูปแบบที่ใกล้ชิด
ธรรมชาติและใช้ภูมิปัญญาพื้น ๆ เป็นหลัก
เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค ทุกชนิดแม้แต่
โรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง เราก็สามารถจะสู้กับ
มะเร็งได้ด้วยฝีมือของเราเองโดยไม่จำเป็นต้อง
มองข้ามความสามารถของตัวเองไปครับ
ผมเชื่อ ทุกคนทำได้ครับ...เพียงแต่ยังไม่
ถึงเวลาที่แต่ละคนมีความพร้อมไม่เหมือนกันครับ
   

ความคิดเห็นที่ 11
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(8/05/2014 22:09)

 
 
ถนนสายมะเร็ง.......ทุกชีวิตมีสิทธิ์ป่วย
แม้ว่า...คุณจะมีสุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรงแค่ไหน
แม้ว่า...คุณจะไม่เคยมีปัญหาสุขภาพมาก่อนเลย
แม้ว่า...คุณจะสามารถกินอยู่ได้อย่างสุขสบายตามใจชอบ
และแม้ว่า...คุณจะออกกำลังกายเป็นประจำไม่เคยขาด
แต่คุณเชื่อไม๊ว่า...ทุกชีวิต มีสิทธิ์ป่วยครับ
การป้องกัน...ย่อมดีกว่าการรักษา...อย่างแน่นอนครับ

คอยพบกับหนึ่งในผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้ป่วย “โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” (Non-communicable diseases) หรือ ที่รู้จักกันในนาม NCDs ผ่านทางรายการ ชีวิต l ลิขิต l โรค จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบกัน
ที่หน้าจอทีวีในวันเสาร์ที่ 10 พ.ค.57 เวลา 17.30 น
ที่สถานีโทรทัศน์ไทย พีบีเอส( THAI PBS )
แล้วเจอกันนะครับ
   

ความคิดเห็นที่ 12
ตอบโดย : สุเทพ รุ่งโรจน์กิตติกุล
(14/05/2014 11:34)

 

 
ชีวิต ลิขิต โรค พี่มานพ เข็มเป้า (ภูมิชีวิต)
   

ความคิดเห็นที่ 13
ตอบโดย : สุเทพ รุ่งโรจน์กิตติกุล
(14/05/2014 11:41)

 
 
   

ความคิดเห็นที่ 14
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(14/05/2014 22:25)

 
 
:regular_smile...วิถีทางเดินบนถนนสายมะเร็ง...วิถีชีวิตของคนเราส่วนมากเมื่อครั้งยังเยาว์วัย
ก็จะเป็น ไปตามแนวโน้มของสังคมใน
ครอบครัวและเรื่องวิถีชีวิตส่วนใหญ่
ที่สำคัญในครอบครัวก็คือเรื่องกิน ส่วนมากกำหนดโดยหัวหน้าครอบครัว หรือแม่บ้าน
และเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยทำงาน ก็จะมีสังคมในการดำเนินชีวิต ที่เปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่งซึ่งวิถีชีวิต
ก็อาจจะเปลี่ยนแปลง ไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะมีวิถีชีวิตแบบไหน
หรือชอบใช้วิถีชีวิตแบบไหน แตกต่างกันไปหลากหลาย....
หลาย ๆ สิ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย..และหลาย ๆ สิ่ง
ไม่ใช่เรื่องยาก.... เพียงแต่...ความคิดของคนเรา บางท่านมีความคิดที่เต็มไปด้วยอัตตา
และบางท่านก็มีความคิดที่เต็มไปด้วยเหตุผล
และหลักการ(ของตัวเอง)ที่ค่อนข้างจะปิด
เป็นที่ตั้ง....ส่วนบางท่านก็เปิดกว้างที่จะฟัง
และเข้าใจ สุดแท้แต่ละท่านจะมีความคิด
เป็นแบบไหน ส่วนมากก็จะยึดติด
อยู่ที่ความ อยากได้ อยากมี และอยากเป็น
แต่สำหรับกับความคิดที่เป็นไปเพื่อการดูแล
รักษาสุขภาพ จะต้องเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ อย่างเข้าใจผู้อื่นและ พร้อมที่จะรับฟังทุกเหตุผล
ผู้อื่น ด้วยจิตเมตตา และให้อภัย เหล่านี้ใช้
กับการดูแลสุขภาพ และเป็นความคิดที่อิง
อยู่กับธรรมะ หรือธรรมชาติ ซึ่งแตกต่าง
จากความคิดที่กล่าวข้างต้น...... :
   

ความคิดเห็นที่ 15
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(24/05/2014 23:04)

 
 
วิถีทางเดินบนถนนสายมะเร็ง.....เส้นทางชีวิตที่เริ่มต้น
ทุก ๆ คนที่เกิดมาแล้ว...มี
เส้นทางเดินของชีวิต ที่แตกต่างกันไป...
.และมีบางครั้งก็คล้าย ๆ กันอยู่บ้าง
แต่เมื่อแรกจากการถือกำเหนิดมา...
บ้างก็สมบูรณ์พูลสุข และบ้างก็ติดขัดขลุกขลัก
ไปหมด และในเส้นทางแห่งชีวิตนั้นถ้า
ถามทุก ๆ คนว่าถ้าคุณเลือกวิถีชีวิตได้
คุณจะเลือกแบบไหน..อย่างไร
แทบไม่ต้องบอกว่าใครจะเลือกอย่างไร..
.แต่เชื่อเถอะครับ ทุกคนต้องการเดินสู่เส้นทาง
ของชีวิตที่ตัวเองชอบและ ต้องการแทบทั้งสิ้น...
แต่ความจริงจะไม่เป็นอย่างที่ เราต้องการ
เสมอไป แต่ละคนต้องเจอกับวิบากแห่งชีวิต
นั้น ๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไป..แล้วแต่เหตุ
ปัจจัยที่เกิดขึ้นกับคน ๆ นั้นครับ

ทีนี้ผมจะพูดถึงวิถีชีวิตที่เราพยายามหนี
ความเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้ตัว..หรือรู้เท่า
ไม่ถึงการณ์...หรือไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
นำไปสู่ปัญหาของสุขภาพ...หลาย ๆ คนคง
จะคุ้นเคยกับ ประโยคหนึ่งที่ว่า "คุณกินอย่างไร คุณก็จะเป็นอย่างนั้น"
หรือพูดอีกอย่างก็คือ สาเหตุที่คุณป่วยก็เพราะ
การกินอาหารของคุณนั่นเอง.......
   

ความคิดเห็นที่ 16
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(2/06/2014 15:00)

 
 
เรื่องราวที่ผมจะเล่าให้ฟังจากนี้ไปเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากชีวิตจริงของผม
ซึ่งผมผู้เขียนเล่าประสบการณ์หวังจะให้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติกับท่านที่ยังใช้วิถีชีวิตที่ตั้ง
อยู่ในความประมาท..และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ขอท่านได้โปรดเปิดใจอ่านและรับรู้ ในสาระ
เรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงนี้ด้วยจิตประภัสสร...... ความรู้ทั้งหมดในการดูแลสุขภาพตัวของผมเอง
ให้รอดพ้นจากวิกฤตอันตรายที่ถึงกับชีวิตและสามารถยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงปัจจุบันนี้นั้น
ส่วนใหญ่เป็นความรู้ที่ผมได้ศึกษาและจดจำ
มาจากหนังสือและรวมถึงการบรรยายแนวทางของหลักการปฏิบัติตัวตามแนวของชีวจิต
โดยท่านอาจารย์ ดร.สาทิส อินทรกำแหง
แทบทั้งสิ้นโดยตัวผมเองได้มีโอกาสได้ไป
รับใช้ท่านอาจารย์ ฯอยู่เนือง ๆ และได้ซึมซับเอา แนวทางนี้เข้ามาเป็นความรู้ติดตัวเรื่อยมา และผมต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาให้ความรู้และหลักในการปฏิบัติตัวนี้กับผมจนสามารถช่วยเหลือตัวผมเองได้และผมจึงได้ยึดถือ
เอาธรรมชาติเป็นหลักในการใช้ชีวิต โดยบทพิสูจน์ในการรักษาตัวเองนั้นผมใช้ชีวิตของตัว
ผมเองในการเอาชนะในวิกฤตชีวิตของผมที่ผ่านมา...ซึ่งชีวิตของผมตอนนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ
ในการรักษาตัวทางแผนปัจจุบันแล้ว ผมจึงได้
หันมาใช้แนวทางแห่งธรรมชาตินี้โดยไม่ได้คิด
ว่าตัวผมเองจะรอดตายมาได้....จนในที่สุดผมสามารถมีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้สิบเอ็ดปีเต็มแล้วครับ....หากเรื่องราวประสบการณ์ชีวิต
ของผมที่ได้เล่าสู่ทุก ๆ ท่านฟัง และมีท่านหนึ่งท่านใดได้รับประโยชน์จากเรื่องราวแห่งประสบการณ์ชีวิตของผมนี้..ผมก็ขอถือเอาอานิสงส์แห่งความสำเร็จและสมประโยชน์นี้มอบแด่ท่านอาจารย์ ดร.สาทิส อินทรกำแหง ด้วยเทอญ ด้วยความเคารพท่านอาจารย์ครับ....

วิถีทางเดินบนถนนสายมะเร็ง....วิบากชีวิตของภูมิชีวิต....
บนเส้นทางแห่งวิบากชีวิตของผมเริ่ม
เมื่อปี 2527 โดยประสบอุบัติเหตุ
ขับรถยนต์ชนเสาไฟฟ้าขาด...ซี่โครงบริเวณ
ด้านหลังทางขวาของผม หักไปสี่ซี่...นอนรักษาตัวอยู่เกือบเดือน ก็สาหัสพอสมควร

ต่อมาเมื่อปี 2538 ผมก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยโรค หมอนรองกระดูก
สันหลังข้อที่สี่เคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท
แล้วมี อาการชาลงที่ขาข้างซ้าย จนกระทั่งเดิน
ไม่ได้ สุดท้ายต้องทำการผ่าตัด
แพทย์ห้ามไม่ให้ออกกำลังกายโดยการวิ่ง
เด็ดขาด แต่ปัจจุบันผมก็กำลังวิ่งอยู่ทุกวัน
และต่อมาปี 2540 ผมต้องรับการ
รักษาตัวอีกโดยผลตรวจเลือดของผมปรากฏว่า
มี(โคเลสเตอรอล)ไขมันในเลือดสูงมาก ขนาดแพทย์สั่งยาลดไขมันให้ทานก็ยังควบคุม
ไม่อยู่ บังเอิญพอดีผมมารู้จักกับแนวทางของ
ชีวจิตในช่วงนั้นพอดี ที่รู้เพราะท่านอาจารย์
ดร.สาทิส อินทรกำแหง ท่านออกรายการ ที.วี.
คือรายการเจาะใจ ในปี 2540 หรือ 41 ผมอาจ
จะจำคลาดเคลื่อน รายการนี้ดังระเบิด ตอนนั้น
มีหนังสือของอาจารย์เขียนขึ้นมา 4 เล่ม
หายากมาก...ผมต้องวิ่งเข้ามาหาซื้อในกรุงเทพ
พูดได้เลยว่า ต้องแย่งกันซื้อ...โชคดีผมได้ไว้ 4 เล่ม...ผมก็เอามาอ่านเพื่อ จะหาวิธีรักษาดูแลสุขภาพ เพื่อจะลดไขมันที่สูงอยู่นี้ให้ได้
(ผมเพิ่งจะเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพ) เพราะรู้สึกว่าตัวเอง กำลังแย่มาก ๆ แต่ตอนนั้นผมยัง
ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งนะครับ...
เมื่อผมตัดสินใจนำแนวทางชีวจิตของ
ท่านอาจารย์ ดร.สาทิส อินทรกำแหง
มาปฏิบัติ โดยอ่านตำราไป...ปฏิบัติไป
ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ก็ทำไป แต่แนวทางของชีวจิต
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ตอนนั้น ผมยังไม่รู้จักและ
ก็ไม่กล้าจะทำซักเท่าไรนัก คือโปรแกรม
การล้างพิษ หรือที่เรียกกันติดปากในปัจจุบัน
นี้ว่าการทำดีท็อกซ์...
เพราะในใจคิดอยู่ตลอดเวลาว่า...อะไรกันเนี่ย...ต้องเสียบก้นด้วยหรือ...ก็รู้สึกจึ๊กกระดึ๋ย..พอสมควรนะครับ แต่ว่าความที่ต้องการอยากจะให้ไขมันลดลง...ก็คิดว่า.....ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว...เป็นไงเป็นกัน...ตอนนั้น...ไม่มีขวดทำดีท็อกซ์ เหมือนสมัยนี้ และก็หายากมาก ก็คิดไปคิดมา...
อ้อ..บังเอิญเรื่องนี้มีผู้ควบคุมเกมส์ก็เลยตัดสินใจใช้กระเป๋าน้ำร้อน แบบชนิดที่มีสายสวนได้...
ก็โอเคนะ...โอ๊ย..บรรยากาศตอนนั้น
บอกไม่ถูกเลย...แต่เรื่องราวก็ผ่านไปด้วยดี..
.หลังจากที่ทำดีท็อกซ์แล้ว ขณะที่กำลังนั่ง
ถ่ายออก คุณเอ๋ย..กลิ่นเหมือนโรงงานปุ๋ยเน่า ๆ
ยังไงยังงั้นเลย แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ มีสิ่งที่ออกมาพร้อมกับกาก...มีลักษณะเป็นวุ้นยาว ๆ สีขาวขุ่น ๆ ออกมาด้วย ก็หยิบมาพิจารณาถึงบางอ้อเลย...มันคือไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังลำไส้ครับ....หกเดือนครับ...หกเดือนจริง ๆ ไขมันในเลือดของผมลดแบบวูบวาบเลยครับ...ลดจนแพทย์เองก็แปลกใจอ่ะครับ...เท่านั้นแหละครับผมก็
ปฏิบัติตัวต่ออีก 6 เดือนร่างกายดีขึ้นมากครับ
พอหลังจากนั้นพฤติกรรมเดิม ๆ ก็เข้ามาสิงสู่ ไม่ค่อยได้ใส่ใจดูแล สุขภาพตัวเองซักเท่าไร....จนกระทั่งมาถึงปี 2546.
   

ความคิดเห็นที่ 17
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(15/11/2014 10:29)

 
 
ถนนสายมะเร็ง...ก็แค่กินอาหาร...มาพาลป่วยได้ไง...

ทุกครั้งที่เรานำอาหารเข้าปาก...จะมีสักกี่คน
ที่จะคิดถึงแหล่งที่มาของอาหาร...ความ
ปลอดภัย ของอาหารที่จะนำมาบริโภค..
.ว่าปนเปื้อนสารเคมี ที่เป็นอันตรายต่อ
สุขภาพหรือไม่ อย่างไร โดยหากกิน
เข้าไปก็จะเข้าไปเป็นพิษสะสมอยู่ใน
ร่างกายและจะรอสมทบกับอาหารที่
จะต้องรับเพิ่ม เติมมาเป็นประจำใน
มื้อหลักๆ ของชีวิตประจำวัน
เหล่านี้เคยได้ฉุกคิดกันบ้างหรือ
ไม่ว่าคุณประโยชน์ และโทษของ
อาหารนั้นๆ อาจจะย้อนมาทำร้ายระบบ
ชีวิตของเราให้บกพร่องทำให้เกิด
ปัญหาสุขภาพ ตามมามากน้อยสุด
แท้แต่ภูมิต้านทาน ของแต่ละคนไม่
เหมือนกัน อีกทั้งเครื่องปรุงแต่ง อาหาร
ที่เป็นสารเคมี..ไม่ว่าจะเป็นผงปรุงรส
...สารกันเสีย ...และสีที่ใช้ผสมอาหาร..
รวมไปถึงคุณค่าของอาหาร ประโยชน์
ที่ร่างกายจะนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยง
ระบบ ชีวิตของเราได้นั้นควรเป็นอาหาร
ที่ปลอดจากสารเคมี และควรเป็นอาหาร
ที่มาจากธรรมชาติที่เรียกว่าเป็น
เกษตรอินทรีย์...ไม่ใช่เกษตรอุตสาหกรรม
จะดีที่สุด... หลายๆ คนพอได้ฟังอย่างนี้
ก็จะมีเหตุผลต่างๆ นาๆ เพื่อจะมากลบ
เกลื่อนกับสิ่งที่ตัวเองชอบ...จึงได้
หยิบยกเอาเหตุผลที่ไม่อยากทำ มาเป็น
เงื่อนไข.. อีกทั้งบางคนคิดว่าตัวเองได้
ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร ทุกวันอยู่แล้ว
โดยเฉพาะนักวิ่งสามารถวิ่งได้ถึงระดับ
หลายๆ มาราธอน ส่วนใหญ่ให้ความสนใจ
กันน้อยมาก...และเมื่อทุกครั้งที่เกิดปัญหา
สุขภาพ ก็ใช้วิธีแก้ไขโดยใช้สารเคมีเป็น
หลักเพราะเห็นผลทันใจ...ทั่วโลกรับรอง
ว่าดี...ซึ่งผมก็เห็นด้วย..แต่ผมต้องคิดอย่าง
รอบคอบถึงผลได้และผลเสียที่จะตามมา
ให้ดี ผมจึงยึด เอาธรรมชาติเป็นหลักในการป้องกันเพราะทุกอย่าง เกิดขึ้นและเป็น
ไปได้อย่างธรรมชาติ เราจะต้องพบกับปัญหาสุขภาพ ทันทีเมื่อเราพยายามหลีกเลี่ยง
ความเป็นไปของธรรมชาติ...

...ภูมิชีวิต...
   

ความคิดเห็นที่ 18
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(20/11/2014 17:39)

 
 
ถนนสายมะเร็ง....ไม่ใช่เรื่องยาก...ถ้าคิดอยากจะทำ

หลายต่อหลายคนที่เป็นมะเร็ง
หรือมีโรคประจำตัวที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง
แต่เป็น แล้วไม่หายขาด ได้แต่กินยา
ควบคุมอาการไว้ เท่านั้น ส่วนใหญ่
ไม่ค่อยได้ย้อนกลับไปดูต้นเหตุ
ที่ทำให้เกิดโรคขึ้นมานั้น...
ว่าสาเหตุมาจากอะไร...ส่วนใหญ่
ก็โทษโน่น โทษนี่
และบางคนก็โทษว่าเป็นกรรมพันธุ์
และไม่เคยคิดโทษตัวเองเลย
ส่วนใหญ่ก็คิดกันแต่ว่าไปหาหมอ
ดีกว่าเพราะหมอช่วยเราได้...

โดยที่ตัวเราเองน่าจะลองคิดทบทวน
ถึงสาเหตุของการเจ็บป่วยของเรานั้น
ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร....
เมื่อไม่คิดที่จะทบทวนดูถึงสาเหตุ
ที่ทำ ให้ป่วยมาจากไหนสุดท้ายก็
หนีไม่พ้นที่จะ ต้องเข้ารักษาตัว
และกินยาตามหมอสั่ง...บางคน
โชคไม่ดีต้องก้มหน้ากินยาควบ
คุมอาการไปจนตลอดชีวิต...

แต่ถ้าเราลองมาคิดทบทวนดู
ถึงสาเหตุที่ ทำให้เราป่วย
แล้วเราก็จะ พบกับคำตอบ
ได้เองว่าสาเหตุหลักๆ ใหญ่ก็
เกิดจากวิถีชีวิตประจำวันของ
เรานี่เอง และเรื่องที่สำคัญมาก
คือเรื่องของการกินอาหารที่ไม่
ถูกต้อง กินอาหารที่ก่อให้เกิด
ท็อกซิน(สารพิษ)ขึ้นในร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีที่ปนเปื้อน
มากับอาหาร สารเคมีที่ผสม
อยู่ในเครื่องปรุงแต่งอาหาร
และกระบวนการ ผลิตที่ไม่
ปลอดจากสารเคมี
รวมไปถึงการเกษตรอุตสาหกรรม
ที่มีกระบวนการผลิตที่ปนเปื้อน
สารเคมีที่เป็นอันตรายกับ
ชีวิตและสุขภาพหากได้รับ
สะสมในร่างกาย เป็นเวลานาน
ก็สามารถทำลายระบบ
ชีวิตให้บกพร่องจนถึงขั้นเจ็บป่วย
ร้ายแรงได้ ในที่สุด.....

อย่าคิดว่าการออกกำลัง
กายทุกวันแล้วจะช่วยได้เสมอไป
ถ้าหากว่าเรายัง ใช้วิถีชีวิตอย่าง
ไม่ถูกต้อง....
แล้วอย่างงี้จะไม่ลอง...หันมา
ทบทวนและใส่ใจกับวิถีชีวิต
ประจำวันของตัวเรา
เองสักหน่อยดีไม๊ครับ...ก่อนที่
เราจะหมดโอกาสในการสร้าง
ภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็ง
แรงอยู่ตลอดไปนานเท่านาน...

และเราจะได้รอดพ้นจากอาการ
เจ็บป่วยที่อาจจะมาเยือน
เราได้ในอนาคต...ใส่ใจ
กับวิถีชีวิตประจำวันของตัว
เราเองสักหน่อยดีไม๊ครับ...
...ภูมิชีวิตเพื่อชีวิต...
   

ความคิดเห็นที่ 19
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(8/01/2015 21:37)

 
 
ถนนสายมะเร็ง....ชีวิตอย่าคิดให้...เครียด...

สำหรับกับคนที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว
หากใช้ ความคิดไปในทางที่ก่อให้เกิด
ความเครียดขึ้นมา ก็จะทำให้ระบบ
ในร่างกายสร้างสารพิษขึ้นมาทำให้
มีผลกระทบกับตัวเราเองได้อย่าง
ง่ายดาย โดยที่เรา ไม่ต้องไปรับ
สารพิษจากภายนอกมาเลย...และ
ยิ่งจะส่งผลกระทบมากกับผู้ที่มี
ปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว โดยเฉพาะ
ความเครียดนี้ (ไม่ว่าจะรู้ตัวว่าเครียด
หรือ ไม่ก็ตาม) จะทำให้ระบบ
การทำงานของร่างกาย ไม่ปกติ
อาจรู้สึกปวดกล้ามเนื้อบริเวณ
ต้นคอ หรือ ว่ามีอาการของกรด
ไหลย้อน เหล่านี้ อาจมาจาก
สาเหตุของความเครียดได้..แต่
ส่วนมากไม่ค่อย รู้ตัวว่าตัวเอง
เครียด โดยเกิดจากความเคยชินจึง
ทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวเองเครียด...
...........ภูมิชีวิต เพื่อชีวิต..........


ผมขอแสดงความยินดีและขอฝาก
ถึงเพื่อนนักวิ่งที่ได้คุยกันเกี่ยวกับ
เรื่องของการดูแลและปฏิบัติตัว
ตามแนวทางชีวจิตที่ได้คุยกันและ
นำไปปฏิบัตินั้นมีเพื่อนนักวิ่งบางท่าน
ที่ได้นำไปปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือตัวเอง
แล้วดีขึ้นแต่ก็เงียบหายไปและปล่อย
ให้เวลาเนิ่นนานถึงจะโทรมาคุยกับผม
เรื่องของมะเร็งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
นะครับ ไม่ใช่ว่าพอดีขึ้นหน่อยก็เริ่ม
ไม่เคร่งครัดในการปฏิบัติตัว .....อย่า
ประมาทนะครับมะเร็งคือเพชฌฆาต
เงียบนะครับ หากมะเร็งย้อนกลับมา
อีกรอบละก็จะยิ่งยุ่งยากมากขึ้นครับ....
ขอฝากไว้ด้วยความห่วงใยครับ
   

ความคิดเห็นที่ 20
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(11/01/2015 21:53)

 
 
ถนนสายมะเร็ง...ชีวิตคิดให้...ผ่อนคลาย
หากเราเกิดมีความคิดที่เป็นไปในทางลบ
และทำให้เกิดความเครียดขึ้นมา...เรา
ควรจะหยุดคิด และทบทวนดูสักนิด
ว่าเราควรที่จะปรับความคิดที่กำลังจะ
ทำให้เราเกิดอาการเครียดมากขึ้น
และสะสมจนเกิดเป็นพิษต่อร่างกาย
ของเราได้....ให้ผ่อนคลายและเบาลง
ดีหรือไม่ แล้วค่อยๆ ปรับความคิดที่จะทำให้
เกิดความเครียดกับตัวเองนั้นให้เป็น
ความคิดที่เป็นบวกให้ผ่อนคลายลง
ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่เกิดความเครียดขึ้นมา
เราไม่สามารถจะหยุดยั้งความคิดได้ในทันที
ทันใด แต่อย่างน้อยควรยับยั้งความคิดลบ
ไม่ให้ต่อยอดจนเกิดผลกระทบกันเป็นลูกโซ่
จนสุดท้ายก็เป็นผลร้ายกับสุขภาพของตัว
เราเอง....ครับ....เรื่องง่าย ๆ และธรรมดา ๆ
นี้แหละครับที่ไม่ควรจะปล่อยให้ผ่านเลยไป
อย่างไม่สนใจ.....หากเราไม่คิดใส่ใจดูแล
และควบคุมวิธีคิดของเราสุดท้ายไม่ช้า ก็เร็ว
ก็จะส่งผลกระทบให้เกิดกับระบบชีวิตของ
เราอย่างแน่นอน...หากเมื่อถึงจุดนั้นแล้ว
ไม่แน่นักว่าโรคร้าย ๆ ที่ไม่มีเชื้อโรค
อาจจะเข้ามาครอบงำชีวิตของใคร
สักคนหนึ่งอย่างเรื้อรังไปจนตลอดชีวิต
ก็เป็นไปได้นะครับ....
..............ภูมิชีวิต เพื่อชีวิต..........
   

ความคิดเห็นที่ 21
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(24/04/2015 14:34)

 
 
เส้นทางสายมะเร็ง....ทุกข์ 108...ไม่ว่า
ทุกข์จะเกิดจากสิ่งใดกัน...จงอยู่กับ
ความทุกข์นั้นให้สั้นที่สุด..
.
ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วจะมีแต่ความสุข
อยู่อย่างเดียวตลอดไปโดยไม่มีความทุกข์เลย
บางคนซ่อนความทุกข์ไว้ในแววตา...
ผิวพรรณ หน้าตาหมองคล้ำ...เต็มไปด้วย
สารพิษที่มากมายและส่งผลกระทบ
ออกมาให้มองเห็นได้....และยังส่งผล
กระทบกับระบบของชีวิต...ทุกคนย่อม
ต้องมีทั้งความสุขและความทุกข์คละ
เคล้ากันไปมากบ้างน้อยบ้าง...สุดแท้
แต่วิถีชีวิตของแต่ละคนที่จะต้องพบ
กับความเป็นไปในวิถีชีวิตของตน
แต่ถ้าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงความ
ทุกข์ได้...ก็จงให้ความทุกข์นั้นอยู่กับ
เราให้สั้นที่สุดโดยปรับวิธีคิดใหม่
(ถ้าทำได้) เพื่อให้ความทุกข์นั้นผ่อน
คลายลง...แล้วร่างกายและจิตใจของ
เราก็จะรอดพ้นจากผลกระทบที่จะ
สร้างปัญหาให้กับชีวิตและสุขภาพ
ของเรา...เราไม่สามารถห้ามไม่ให้
ความทุกข์เกิดกับเราได้...แต่เราต้อง
อยู่กับความทุกข์นั้นให้สั้นที่สุด….
เพื่อสุขภาพของเราจะดี...ชีวีของเรา
จะยืนยาวหากเราสามารถกำจัดทุกข์
ออกจากวิถีชีวิตของเราให้บางเบา
น้อยลง....ชีวิตเป็นของเรา...อย่าไป
เฝ้าแต่ความทุกข์...ขอให้สนุกในบั้นปลาย
ด้วยจิตใจที่สดชื่น...คืนความแข็งแรง
ให้กับตน...ให้สมเป็นคนมีสุขภาพดี
ได้นานแสนนาน.....
บางคนทุกข์เพราะอยากผอมหุ่นดี...
บางคนทุกข์เพราะไม่ยอมออกกำลังกาย...
บางคนทุกข์เพราะออกกำลังกายไม่ได้...
บางคนทุกข์เพราะบาดเจ็บจากการ
ออกกำลังกายมากเกินไป....ก็บอกแล้วไง...
เพราะใจสั่งมา....ถ้าอย่างนี้ต้องแพ้พ่าย...
เพราะจิตและกายต้องคู่กัน...
ธรรมชาติเป็นผู้ให้ชีวิต...ชีวจิต...คือ
แนวทางชีวิตที่เข้าใจธรรมชาติ....
ภูมิชีวิต เพื่อชีวิต
   

ความคิดเห็นที่ 22
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(22/05/2015 22:30)

 
 
ถนนสายมะเร็ง...ออกกำลังกายอยู่เป็นนิจ....ก็อย่าคิดว่าจะไม่เป็น...มะเร็ง....
ระบบชีวิตของคนเรา มีส่วนประกอบ
ของอวัยวะต่าง ๆ และอวัยวะแต่ละ
อย่าง ก็มีภาระหน้าที่ ที่ผิดแผกแตก
ต่างกันไป...ในแต่ละอวัยวะแบ่ง
หน้าที่กันทำและประสานกันเป็น
หนึ่งเดียวอย่างลงตัว...โดยขับเคลื่อน
ระบบของชีวิตให้ดำรงคงอยู่ได้
โดยมีเกราะป้องกันอันตรายจากโรค
ที่มีเชื้อโรค และโรคที่ไม่มีเชื้อโรค
ทั้งหลายทั้งปวงที่เข้ามาทำลายระบบ
ชีวิตของเรา และเกราะป้องกันนี้เรียกว่า...
ภูมิต้านทานโรค...ซึ่งภูมิต้านทานโรค
ของเราจะดีแข็งแกร่งหรือไม่นั้น...
ขึ้นอยู่กับคน ๆ นั้นเองจะสามารถ
สร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้
แข็งแรงอยู่ได้ตลอดเวลาอย่างไร
วิธีคิดแบบง่ายๆ ตามแบบภูมิปัญญา
และตามประสาคนเข้าใจชีวิตแบบ
ใกล้ชิดธรรมชาติ ระบบภูมิต้านทาน
ที่ได้มานั้นแรก ๆ ก็จะได้มาจาก
น้ำนมของมารดาผู้ให้กำเนิด เมื่อแรกเกิดนั้นเอง….
ภูมิชีวิต เพื่อชีวิต....
   

ความคิดเห็นที่ 23
ตอบโดย : สันติ
(25/05/2015 16:21)

 
 
ขอบคุณครับ อ.มานพ ติดตามอ่านตลอด เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ
   

ความคิดเห็นที่ 24
ตอบโดย : ภูมิชีวิต
(29/05/2015 22:23)

 
 

ความคิดเห็นที่ 23
ตอบโดย : สันติ
(25/05/2015 16:21)
ขอบคุณครับ อ.มานพ ติดตามอ่านตลอด เป็นประโยชน์มากๆเลยครับ

ขอบคุณครับประธานสันติฯ
...........................................................

ถนนสายมะเร็ง...ออกกำลังกายอยู่เป็นนิจ
ก็อย่าคิดว่าจะไม่เป็น..มะเร็ง....2.
และเมื่อแรกเกิดนั้นระบบของร่างกาย
ยังปลอดภัยจากสารพิษ และพวก
อนุมูลอิสระทั้งหลายที่ยังไม่เข้ามา
สู่ร่างกาย แต่บางครั้งก็อาจมีภูมิ
ต้านทานที่ต่ำ จะทำให้ป่วยบ่อย ๆ
สาเหตุก็จะมาจากระบบของภูมิ
ต้านทานไม่ดีหรืออ่อนแอ เพราะ
ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำจึงทำให้
เชื้อโรคเข้ามาทำลายระบบชีวิต
ของเราได้ง่ายอย่างเช่น โรคหวัด
ซึ่งเป็นกันง่ายมากแม้กระทั่งผู้ที่
มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงก็สามารถ
ติดเชื้อหวัด และเป็นไข้หวัดได้
ในขณะที่น้อยคนนักที่จะใส่ใจ
เรื่องสุขภาพตัวเองอย่างจริงจัง
ส่วนมากเห็นมีแต่อยากได้สุขภาพ
ที่ดีๆ แต่ไม่อยากทำเพื่อสุขภาพ
พอคิดจะทำ(ก็ได้แต่คิด)สุดท้ายก็
ยกแม่น้ำทั้งห้ามาเป็นเงื่อนไขในการ
เลี่ยงที่จะทำเพื่อสุขภาพร่างกาย
ของตัวเอง แล้วก็ปล่อยปละละเลย
ไม่คิดใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี….
แต่ก็มีบางส่วนที่มีความตั้งใจจริงที่
ต้องการใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
ก็หันหน้ามาออกกำลังกาย และการ
ออกกำลังกายในที่นี้ก็มีเหตุผลต่าง ๆ
นา ๆ ของแต่ละคนแตกต่างไม่เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นเพราะป่วยจึงอยากมา
ออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ...
หรือจะด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม...
.ต้องทำความเข้าใจให้ดี กับคำว่า
ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นควร
ทำแค่ไหนอย่างไร....สำหรับกับการ
ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นคือ
การออกกำลังกายที่พอดีสำหรับ
คน ๆ นั้นไม่หักโหมมากเกินพอดี
...อย่างเช่นการออกกำลังกายแบบ
เคลื่อนไหวร่างกายถ้าเป็นการวิ่ง
ก็ต้องเป็นการวิ่งโดยใช้เวลาวิ่งต่อ
เนื่องกันอย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป
ให้รู้สึกหอบเหนื่อย เหงื่อโทรมกาย
และจับชีพจรดูให้ชีพจรเต้น
100 – 120 ครั้ง/นาที ถือว่าใช้ได้
ร่างกายก็จะหลั่งโกร๊ธฮอร์โมนออกมา
ทำให้รู้สึกสดชื่นหลังจากวิ่งเสร็จแล้ว
.......นี่เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง
ของการที่จะทำให้สุขภาพดี.......
.
ภูมิชีวิต เพื่อชีวิต...
   

ความคิดเห็นที่ 25
ตอบโดย : Gooncity
(10/07/2015 11:19)

 
 
ข้อความดีมากสนใจความเห็นถ้ามีข้อความดีๆก็ส่งมาแลหดปลี่ยนได้น่ะค่ะ ดิฉัน พิกุลทอง...
   

แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 060509
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.