กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
ซ้อมหนัก + ซ้อมเร็ว = สมหมาย หรือ ฉิบหาย...2
 

จึงเกิดคำถามว่า..คนชนะ-ทำไมชนะซ้ำซาก คนแพ้ก็แพ้ซ้ำซาก
เกริ่นนำแบบนี้เลยปล่อยให้ท่านคิด
ลองมาอ่านตอน 2 ว่า เราคิดเหมือนกันหรือไม่


ตอน 2....


ส่วนคนแพ้ แม้พยายามซ้อมหนักอย่างนี้ ทำไมจึงไม่เป็นเลิศซักที?

มีเหตุการณ์คราวหนึ่ง....เป็นจุดพลิกผันแห่งชีวิตนักวิ่ง

เมื่อใกล้เส้นชัย...จะชนะก็ตรงนี้แหละ
ตัดสินใจเด็ดขาด....เอาไงเอากัน

เธออัดความเร็วแบบสุดแรงเพื่อเอาชนแบบล้างอายให้ได้ซักครั้ง

แต่....เธอไม่ชนะ แถมล้มที่จุดใกล้เส้นชัย!!!

คนเดินบนถนน..ล้มก็ลุกขึ้นไม่ยาก แต่

แนวหน้าล้มบนสนาม...คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆแน่

เรียกว่า..สู้จนเกือบตาย มองเห็นความตายอยู่ตรงหน้า ยังไม่ชนะ

หลายคนบอกว่า.. เธอไม่รู้ว่าคู่แข็งแข็งแกร่งแค่ไหน ตอนชนะก็วิ่งแค่เอาชนะเท่านั้น
เวลาที่เธอแรงเต็มที่..ความจริงจึงปรากฏว่า

คู่แข่งก็เร่งได้อีก....

ยังไงก็แพ้ เพราะคู่แข่งอุบความจริงไว้
นี่เป็นเพียงวิธิเอาชนะ..ไม่ต้องสวย

เมื่อไรที่..คนนำเหลียวมองข้างหลัง
แปลได้ว่า...ยังมีพลังเหลืออีกมากที่ยังเก็บไว้
จะวิ่งอัดเต็มที่ทำไม..ชนะสั้นยาวก็ชนะเหมือนกัน


ถ้าคนที่ตามเร่งมาถึง....โดยสภาพก็ต้องอ่อนแรง
ก็ต้องมาเจอกับการ...เร่งหนี
ทีนี้จะเอาอะไรมาเร่งได้อีก...เพราะเร่งมาตั้งนานแล้ว


การล้มคราวนั้น...เป็นการล้มแบบ "คนใกล้ตาย"

ล้มแล้ว...หูก็ไม่ได้ยินเสียงเชียร์
ตาก็มองไม่เห็นคนที่ยืนเชียร์
มันจะมีแต่ใจตัวเองอย่างเดียว ที่รู้ว่า โดดเดี่ยวเป็นยังไง

นอนสงสัยว่า..ทำไมมีแต่ข้าพเจ้าคนเดียวที่รู้สึกมืดมิด ในตอนกลางวัน

ธรรมดาพอหน้ามืด..ความกลัวมันก็เกิด เพราะเรามองไม่เห็นใครเป็นเพื่อนซักคน

ความกลัวก็เกิดขึ้นตามธรรมชาติแห่งคนใกล้ตาย
เพราะคนจะตาย...ต้องตายคนเดียว ไม่มีใครคุยด้วย ไม่มีใครตายตามไปด้วย

มองเห็นความตายอยู่ตรงหน้า...คงรู้ว่า กูบ้าไปแล้ว !!!


แค่ไอ้ถ้วยใบเดียว..เอาชีวิตเข้าแลกลืมลูกเมีย พ่อ แม่ พี่ น้อง ได้ไง ?


ความตายที่มองเห็นนี่แหละสร้างความกลัวอันสยดสยอง ฝังจิตฝังใจ
แก้ยังไงก็แก้ไม่ออก...บอกใครก็ไม่เข้าใจ

ใครไม่เจอด้วยตนเอง ไม่รู้หรอก

ใครที่เจอแล้ว...รอดได้ ถือว่าโชคดี
เพราะมีโอกาศกลับตัวแต่...คงลืมไม่ลง

ใครที่เจอแล้ว..ตายคาสนาม ก็คงบอกใครไม่ได้
ตายเหมือนหมาข้างถนนไม่มีผิด !!!

คิดได้ เอาดีไม่ได้ ต้องหันไปเล่นกิฬาอย่างอื่น หันหลังให้กิฬาวิ่งไปเลย
อย่างนี้เรียกว่า..เสียของที่ฝึกฝนมาแรมปี

เรื่องนี้สอนอะไรแก่คนที่อยากเป็นที่ 1 แล้วสอนอะไรไว้ ?

ทำไมคนที่มีพื้นฐานแน่นหนา พยายามอย่างสุดกำลัง
แต่...ผลออกมาเป็นความพ่ายแพ้ แบบแพ้ซ้ำซาก

ตอนนี้ผมเห็นเด็กใหม่มาแบบเดิม...ประวัติศาสตร์มันก็เริ่มจะซ้ำรอยเดิม

อย่าเถียงว่า..ไม่ให้ซ้อมแบบเดิม แล้วจะซ้อมแบบใหม่ยังไ ?

ผมก็เห็นนักวิ่งรุ่นใหม่ ก็ยังใช้วิธีเดิมของเธอที่เลิกไปแล้ว
ผมก็เห็นนักวิ่งรุ่นใหม่ ก็ยังใช้วิธีซ้อมหนัก ซ้อมเร็วที่เธอเลิกไปแล้ว

คือซ้อมหนัก + ซ้อมแรง มุ่งหวังชัยชนะแบบแนวหน้าทั่วไป
ความคิดมันซ้ำซากแบบนี้....จึงต้องมาเล่ากันไว้

บทเรียนในอดีต...บอกว่าถ้าถึงทางตันแล้ว อย่าใช้วิธีเดิม

วิธีเดิมมันใช้ไม่ได้ผล...ก็อย่าดื้อไปทุกข์ทรมานให้เสียเวลา
ควรหาวิธีใหม่ๆ..ที่มีคนแก้ไขไว้แล้ว

ขืนไม่ใช้สมอง...ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม

คนที่แพ้ซ้ำซาก...ไม่ใช่เพิ่งมี มีมานานแล้ว

ความจริงเรื่องแพ้ซ้ำซากนั้น ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เกิดในที่ทั่วโลก
นักคิดก็คิดหาวิธีกันทั่วโลกเหมือนกัน...พอใครทำลายจุดอ่อนได้ก็เป็นแชมป์คนใหม่

เหตุผลที่ทำไม ?

คนชนะชนะซ้ำซาก คนแพ้ก็แพ้ซ้ำซาก

เอาไว้แก้กันในตอนที่ 3 ครับ
 
 
โดย อ.เปา [5/08/2017 16:58]
 

ความคิดเห็นที่ 1
ตอบโดย : ผ่านมา
(10/02/2017 12:26)

 
 
ไม่ให้ซ้อมแบบเดิม แล้วจะซ้อมแบบใหม่ยังไง ?

คนที่เป็นแชมป์ก็ซ้อมแบบเดิม แบบเดิมก็เป็นแชมป์ได้ เราก็ต้องซ้อมแบบนั้นมิใช่หรือ

ขอตามไปอ่านต่อว่าเรื่องแบบนี้จะจบยังไง ?
   

ความคิดเห็นที่ 2
ตอบโดย : สวัสดิ์ วังบูรพา
(11/02/2017 15:24)

 
 
การซ้อมหนัก ซ้อมเร็ว จำเป็นต้องมีในโปรแกรมการฝึกอย่างแน่นอน การจะแพ้ซ้ำซากก็เป็นแรงใจให้สู้ต่อไป สู้ไม่ไหวก็รอให้แนวหน้าแก่ตายไปเอง ไม่ต้องคิดอะไรมาก

แต่กรณีที่แพ้แล้วเลิกไปเลย ก็สมควรแล้ว ไม่ตรวจสอบสถิติตัวเอง แล้วลงไปชนกับกระดูกชิ้นโต ก็สมควรตาย

นักแข่งต้องรู้คู่แข่ง ต้องรู้ตัวเอง ลงไปวัดดวงไม่ได้หรอก การแข่งขันคือของจริง ไม่รู้จะลงแข่งทำไม ?
   

ความคิดเห็นที่ 3
ตอบโดย : หนุ่ม ร่วมเกื้อ
(11/02/2017 18:42)

 
 
สนใจคำว่า วิธีเดิมมันใช้ไม่ได้ผล...ก็อย่าดื้อไปทุกข์ทรมานให้เสียเวลา
ควรหาวิธีใหม่ๆ..ที่มีคนแก้ไขไว้แล้ว


วิธีใหม่คืออะไรครับ ?
   

ความคิดเห็นที่ 4
ตอบโดย : จ่าประสิทธิ์
(14/02/2017 12:23)

 
 
วิธีใหม่ก็คือไม่ใช่วิธีเดิมไงคุณหนุ่ม
   

ความคิดเห็นที่ 5
ตอบโดย : อ.เปา
(21/02/2017 12:15)

 
 
ซ้อมหนัก + ซ้อมเร็ว มีความหมายในตัวแล้วว่าเป็นสุดๆของการซ้อม

สิ่งนี้มักจะเข้าใจเอาเองของนักแช่งว่า...นี่คือหนทางของผู้ชนะ !!!

ความจริงคือ..."ซ้อมหนัก + ซ้อมเร็ว" เป็นได้ทั้ง 2 อย่าง

คือทั้งความสำเร็จ และ ความฉิบหาย

ดังนั้นการจะซ้อมแบบนี้.....

ต้องรู้ว่าแค่ไหนจึงจะเป็นผลดี แค่ไหนจึงเกิดผลร้าย


ใครขืนตะบี้ตะบันซ้อม....ก็มีโอกาสไปเจอผลร้าย
ถ้ารู้ว่ากำลังได้รับผลร้าย ก็ต้องแก้ไข

ส่วนทางด้านผลดี...ก็ทำไปเถอะ



   

ความคิดเห็นที่ 6
ตอบโดย : smallforward
(2/03/2017 13:22)

 
 
ผมตีความหมายบทความของ อ.เปา ทั้ง 2 ตอนได้ดังนี้ครับ
หากแนวหน้าเปลี่ยนรูปแบบการซ้อมจาก หนัก+เร็วแรง
เป็น ซ้อมความเข้มต่ำถึงปานกลางให้ได้ไมล์สะสมประจำสัปดาห์สูง+ซ้อมความเข้มสูงในสัดส่วนต่ำๆ จะทำให้แนวหน้ายกระดับขึ้นได้อีก ผมตีความได้ถูกต้องหรือไม่ครับ?
   

ความคิดเห็นที่ 7
ตอบโดย : อ.เปา
(3/03/2017 16:00)

 
 
คงให้ผลที่ดีกว่าเก่าครับ

พวกที่เอาแต่เร็ว + แรง ไม่ค่อยก้าวหน้า อันนี้หมายถึง ซ้อมประจำแบบนั้น

คืออย่าให้ความเร็วเป็นพิษ และ ความแรงเป็นพิษ ครับ
   

ความคิดเห็นที่ 8
ตอบโดย : ผ่านมา
(2/05/2017 22:56)

 
 
   

ความคิดเห็นที่ 9
ตอบโดย : อ.เปา
(5/08/2017 16:50)

 
 
อ่านต่อ.....คลิ๊ก

http://bangkhunthianjoggingclub.com/webboard_ans.php?id=053826
   

ความคิดเห็นที่ 10
ตอบโดย : อ.เปา
(5/08/2017 16:53)

 
 
อ่านต่อ.....คลิ๊ก



[url]http://bangkhunthianjoggingclub.com/webboard_ans.php?id=053826 [/url]
   

ความคิดเห็นที่ 11
ตอบโดย : อ.เปา
(5/08/2017 16:55)

 
 
อ่านต่อ....คลิ๊ก


[url]http://bangkhunthianjoggingclub.com/webboard_ans.php?id=053826 [/url]
   

ความคิดเห็นที่ 12
ตอบโดย : อ.เปา
(5/08/2017 16:58)

 
 
   

แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 995805
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.