กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
เคลื่อนที่ไปด้วยรอบ ไม่ได้ไปด้วยแรง "
 

เคลื่อนที่ไปด้วยรอบ ไม่ได้ไปด้วยแรง "




แนวคิด

" เคลื่อนที่ไปด้วยรอบ ไม่ได้ไปด้วยแรง "

หลักคิดนี้ ได้พบเจอจากวงการปั่น รู้สึกใช่ น่าตื่นเต้นมาก
ในขณะที่วงการปั่น เขาเห็นเป็นเรื่องปกติ เป็นเทคนิคพื้นฐาน
แต่สำหรับผม น่าจะเป็นเรื่องที่ตื่นเต้น สำหรับวงการวิ่ง
หรือวงการวิ่งรู้กันมานานแล้ว แต่ไม่รู้สึกว่ามันสำคัญจึงละเลยไปเสีย
เรื่องมีอยู่ว่า มีนักปั่นหญิง วัยหลักสี่ สวยผอมร่างเล็กสูง150ซม.
แต่สามารถปั่น av ความเร็วที่32 กับหนุ่มๆขาแรงครบ103กม.
ในขณะที่ผู้ชายหลายคน ดูดตามไม่ได้ เลิกก่อนครบระยะ
น้าเป้ เจ้าสำนัก ชี้กรณีนี้ให้เห็นชัดเจนว่า
ผู้หญิง มีมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงไม่เท่าผู้ชาย
สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาเคลื่อนที่ไปได้โดยไม่หมดแรงก่อน
ในกรณีนี้ คุณแอน รอบขา100อัพต่อข้าง ขณะผุ้ชาย90ต่อข้าง
คือเขาต้องเลือกใช้เกียร์เบาเพื่อประหยัดแรง แลกด้วยรอบขาสูงขึ้นแทน
การใช้รอบขาสูง หัวใจแม้จะสูงตาม
แต่มนุษย์เราไม่ว่าเพศไหนก็จะทนทานได้ดีกว่าการใช้กล้ามเนื้อ
" ประมาณว่าให้หัวใจทำงานจะเหนื่อยน้อยกว่ากล้ามเนื้อทำงาน "
การใช้กล้ามเนื้อปั่น ต้องใช้เกียร์หนัก รอบขาช้าเนื่องระบบฟันเฟือง
มีคำถาม แล้วผุ้ชายทำไมไม่ใช่รอบสูงเหมือนผู้หญิงละ
ตอบได้ว่า ก็แล้วแต่จริต ถนัดแบบไหนมีความสามารถแค่ไหนก็ไปแบบนั้น
ผุ้ชายที่แข็งแรงเขาสบายที่เกียร์หนักรอบขา90ต่อข้างมากกว่า
การใช้รอบขาสูงๆแล้วตบเกียร์เบาๆ ต่างจากความรู้สึกของผุ้หญิงสิ้นเชิง
กลับมาเรื่องวิ่ง (จะไม่กล่าวเบสิคท่าวิ่งต้องผ่านการฝึกมาอยู่แล้ว)
รอบขาวิ่ง ก็มีนะครับ Cadence แถมสากลกำหนดให้180ก้าวเป็นเยี่ยม
เมื่อเราซื้อ อุปกรณ์Gps ไม่ว่ายี่ห้อไหน เขาก็มักมีฟังค์ชั่นนี้ติดมาให้
ในกลุ่ม พยายามศักษากันว่า วิ่งมีรอบขาเบารอบขาหนักหรือไม่
ปรากฏชัดว่า มี ครับ
รอบขาเบาเกิดขึ้นได้อย่างไร มีปัจจัย ลักษณะทางกายภาพอย่างไรบ้าง?
เริ่มแรก ให้นักวิ่ง ลองวิ่งโดยหารอบขาเบาให้ได้
บางคนหาได้ บางคนหาไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตกใจ
ขา2ข้างของเรา ยิ่งกว่าเกียร์จักรยาน มีมากกว่า22sp(หน้า2หลัง11)
เราสามารถสร้างรอบขาได้หลากหลายลักษณะ
เพียงแค่เราต้องกล้าหักดิบพื้นฐานวิ่งเดิมที่คิดว่าใช่ ทิ้งลงไปซะก่อน
ย้อนกลับมาทำความเข้าใจ ฝึก พื้นฐานหลักกลศาสตร์เบื้องต้นก่อน
"ท่าวิ่งที่รู้สึกว่าเกิด รอบขาเบา เป็นอย่างไร
มีความเร็วเแบบไหน เหนื่อยอย่างไร"
"ท่าวิ่งที่รู้สกว่าเกิด รอบขาหนัก เป็นอย่างไร
เคลื่อนไหวแบบไหน เร็วแค่ไหน เหนื่อยอย่างไร"
คำตอบตรงนี้ มันจะเป็นคำตอบที่คลี่คลายปัญหาในการวิ่งระยะต่างๆ
เช่น วิ่งออกตัวจากจุดสตาร์ท วิ่งปกติ วิ่งสปริ้นท์ วิ่งฉีกหนี วิ่งดูด
วิ่งขึ้นประกบตาม ขึ้นเขาลงเขา จนถึงวิ่งเข้าเส้นชัย ครับ
หลักการวิ่งเกียร์เบา หรือ วิ่งด้วยรอบขา
ให้วางท่าวิ่งเทพเดิมไว้ก่อน ยกเว้นหาเจอก็ไม่ต้องหักดิบท่าวิ่งเดิม
ในระยะแรกฝึกหัดใหม่ ต้องทนต่อสายตาที่เหยียดหยามเพราะท่ามันไม่สวย
ลืมคำว่า แข็งแรงเดี๋ยวรอบขาก็เบาเอง อันนี้มั่วครับ หัวใจพุ่งปรี๊ดแน่นอน
เข้าเนื้อหา จากต้นทุนท่าวิ่งเดิม
1ให้ลดช่วงก้าวลง 2เพิ่มรอบของเท้า 3ทิศทางไปข้างหน้า ไม่เน้นทิศบน
4 ล้ม ก้าว แตะ ยก เป็นวงรีแบนๆ ใช้กล้ามเนื้อแค่ตอนยกเท้า
5 นอกนั้น ใช้เบสิคของครูหรือโค้ชที่เคยสอนมาเป็นทุนให้อยู่ครบ
ข้อบ่งชี้ ในรอบขาเบานี้ หัวใจจะอยู่ช่วงโซน1-3.5นะครับ เน้นเลย
ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นpendulumeหรือแกว่งตุ้มนาฬิกา
ไม่ต้องกล้วเท้าหน้าจะล้ำตัว ไม่ต้องกลัวส้นลงก่อน
ทุกอย่างมันมีตัวแปลเรื่องของ180ก้าวต่อนาที มาดักไว้หมดแล้ว
สรุป การวิ่งด้วยรอบ ก็นำพาตัวไปได้เหมือนการวิ่งด้วยกล้ามเนื้อ
หวังว่า คงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย
ขอบคุณ ประสบการณ์หยิบใช้จากการไปซ้อมปั่นเอนดูแรนซ์ 100RPMroom
กับ น้าเป้ มหาชัย และเหล่าสมาชิกนักวิ่งที่เริ่มสนใจฝึกซ้อมระบบนี้จนเริ่มเป็นผล
เช่น ใหม่ Mamaii เดิมวิ่งคอร์ต1K เพซ ไม่เคยต่ำกว่าpace4.00
พอมาซ้อมระบบนี้ ทำให้สามารถควบคุมพลังงานและเคลื่อนที่
ด้วยรอบขา180ก้าวอัพและใช้กล้ามเนื้อที่ถนัดเดิมผสมกัน
ทำให้พัฒนาสถิติการซ้อมวิ่งดีขึ้นภายในช่วงเวลาสั้นๆ
ทะลุกำแพงได้ ด้วยpace 3.45-3.55 ทำให้เชื่อในระบบความคิดนี้มากๆ
บวกกับช่วงจ๊อคของตาราง มีการฟื้นตัวไวกว่าที่เคย
เพราะผลจากการซ้อมเอนดูแรนซ์ที่เป็นระบบมากขึ้น เน้นว่าเป็นระบบ
หวังว่ากระทู้นี้ คงเป็นประโยชน์
ให้คนมาสนใจการวิ่งด้วย"รอบขา"กันมากกว่าวิ่งด้วย" แรง "กันมากขึ้น
ส่วนคำกล่าว "รอบขาอย่าไปสนใจ ทำให้ท่าวิ่งเราผิดธรรมชาติ" นั้น
คำกล่าวนี้ จริงครึ่งไม่จริงครึ่ง เราต้องแยกแยะ การซ้อมเพื่อการพัฒนา
ออกจากการิวิ่งเพื่อการแข่งขัน ขณะเราซ้อม เรามีโจทย์มีเป้าหมาย
ในการกำหนดไว้ในหัวข้อตารางซ้อมนั้นๆ เพื่อสิ่งนั้น
ถ้าเราไม่ฝืนทะลายความคุ้นเคยเดิม เราจะไม่มีวันพัฒนาก้าวข้ามกำแพงเดิม
การซ้อมด้วยรอบขาก็เช่นกัน เราต้องทนซ้อมในระยะแรกเพื่อให้มันติดตัว
เมื่อติดตัวแล้ว มันก็กลายเป็นธรรมชาติของเราไปเองโดยปริยาย
หมายเหตุ ยังมีการเสริมบทนี้ ด้วยเซอร์กิต บอร์ดี้เวท และ drills อีกด้วย
" วิ่งด้วยรอบ ก็เคลื่อนที่ไปได้ เหมือนวิ่งด้วยแรง "
ผิดถูกประการได ระดมความคิดกันได้เต็มที่ครับ



โดย น้อยวิซ
 
 
โดย น้อยวิซ 7/08/2017 15:15
 
แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 834171
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.