กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
อะไรเอ่ย....นักวิ่งต้องรู้จริง ?
 

อะไรเอ่ย....นักวิ่งต้องรู้จริง ?
โดย อ.เปา

เมื่อถึงฤดูร้อน....ก็มีนักวิ่งเจ็บป่วยจากการวิ่ง
บางราย...ถึงขนาดหมดสติ...และตายในที่สุด

คำถามจึงเกิดขึ้นมาว่า....อะไรทำให้นักวิ่งตายได้?
คำตอบเรื่องนี้มีมานานแล้วเรียกเหตุการณ์แบบนี้ว่า "ลมแดด"
เกิดจากการวิ่งในฤดูร้อน....แล้วก็เสียชีวิต

มีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า...นักวิ่งทำไมต้องตายจากการออกกำลังกาย

เราต้องพูดเรื่องจริงว่า...การออกกำลังกายมีประโยชน์แต่ก็มีโทษแทรกอยู่
ดังนั้น...การออกกำลังการจึงต้องมีเรื่องระมัดระวัง

ทำไมนักวิ่งต้องรู้จักเรื่อง"ลมแดด"ให้ดี ?

คำตอบเรื่องนี้ก็คือร่างกายของนักวิ่ง...มีน้ำอยู่มากกว่า 70 เปอร์เซนต์
ลำพังคำว่าน้ำ...ฟังแล้วไม่น่จะเกิดเหตุร้ายได้...แต่

ถ้าเราพูดใหม่ว่า...น้ำคือการไหลเวียนภายในร่างกาย

เราก็จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า...น้ำนั้นสำคัญขนาดไหน

กำลังของเราถูกเก็บไว้ในตับ และไขมันในส่วนต่างๆ
เวลาจะเอามาใช้....ก็ต้องไปหยิบมา...
ไปขนมา...และส่งไปให้ถึงกล้ามเนื้อ

ตัวกลางก็คือ....น้ำหรือของเหลวในร่างกายของเรานี่เอง

ถ้าขาดน้ำ...การขนส่งก็แทบหยุด...ร่างกายก็ไปต่อไม่ไหว
การที่ร่างกายวิ่งไปต่อไม่ไหว....มองแล้วก็ไม่สำคัญเท่าไหร่

แต่...หากระบบไหลเวียนภายในร่างกายไม่ไหลเวียน...คราวนี้แหละที่อันตรายมาก

หากการไหลเวียนทำด้วยความลำบาก...อวัยวะต่างๆก็ทำงานได้ยากลำบาก
ปอด หัวใจ ไต ก็ทำงานไม่ถนัด...จึงเกิดผลร้ายแรงตามมา

ลองมาฟังเรื่องที่ผมประสบมา....

ระยะหลังๆ...ผมวิ่งซ้อมในสวนได้น้อยมาก...เพราะว่า "มันเหนื่อยเหลือเกิน"
วิ่ง 2-3 กม. ก็รู้สึกเหนื่อย อยากนั่ง อยากหยุด
ความที่ผมชอบการวิ่ง....ก็เลยทำได้เพียงซ้อมนิดๆหน่อยๆ...ในแต่ละวัน
เมื่อเหนื่อยก็นึกถึงคำว่า "เหนื่อยเหลือเกิน"....เคยได้ยินหลายครั้ง...
ซึ่งเป็นของคนที่ใกล้ตาย......และสุดท้ายก็ตายจริงๆ....

ดังนั้นเมื่อผมรู้สึกเหนื่อย...ผมก็ไม่สนใจอะไร...ผมจะหยุดการวิ่งทันที...
ไม่ต้องเข้าเป้าอะไรทั้งนั้น...ไม่ต้องซ้อมต่อแล้ว...ถือว่าพอแล้ว

ภายในใจจริงๆ.....ก็กลัวเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง

ผมซ้อมวิ่งแบบกลัวเหนื่อยมานาน...จนร่างกายอ่อนลงไปมาก
เพียงอาศัยการซ้อมบ่อย...และซ้อมน้อย...เพื่อรักษาสุขภาพ

แต่มันมีคำถามค้างในใจอยู่เสมอว่า...ทำไมข้าพเจ้าจึงเหนื่อยเหลือเกิน

ไม่เคยเป็นแบบนี้....ก็เป็น

วิ่งนิดวิ่งหน่อย...ก็หอบแทบตาย....มันเกิดอะไรขึ้น..?
เฝ้าคิดทบทวนอยู่นานวัน....หรือว่า...เราหมดสภาพจริงๆ

วันหนึ่ง....ก็ได้ดู "หมอแดง" พูดเรื่องน้ำ
ก็คือเรื่องที่เราเคยรู้แล้ว...ได้แต่ฟังแบบไม่มีอะไรทำ
ก็เหมือนการทบทวนความรู้ที่ลืมไป...

ฉุกคิดว่า...."เรากินน้ำพอหรือยัง?"

ก็เลยลองกินน้ำเพิ่ม...ตั้งแต่ตื่นเช้า....3 แก้ว

กลางวัน... 1 แก้วบ้าง.... 2 แก้วบ้าง

ที่สำคัญคือก่อนจะเดินทางไปซ้อมในสวน...ผมกินน้ำ 500 ซีซี ( 1ขวด)

วันแรกซ้อมยังไงก็ไม่เหนื่อย....คิดแปลกใจ...น้ำจะทำให้ผมฟื้นสภาพจริงหรือ ?

ดังนั้น...ทุกวันก่อนซ้อม 1 ชั่วโมง ผมกินน้ำ 1 ขวด
ผลการซ้อมก็ดีขึ้นๆ...ๆ...ๆ...ไม่เหนื่อย
กลับมาดีแบบเก่า......โดยไม่ได้ทำอะไรพิเศษ
หลังจากทบทวนและทดสอบอยู่หลายวัน...ผมก็สรุปออกมาได้ว่า...

ผมเหนื่อยง่าย...เพราะผมไม่สนใจเรื่องน้ำ

อยากบอกเพื่อนๆนักวิ่งว่า....เรื่องน้ำ...ไม่ใช่รอจนหิว...ไม่ใช่คิดเอาตอนหน้าร้อน

ความสมบูรณ์แห่งร่างกาย...ต้องมีน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ทุกวันนี้...ผมไม่เหนื่อยแล้ว...กินแต่น้ำเท่านั้นเอง...

จึงอยากสรุปฝากไว้ว่า...ลองให้ความสนใจเรื่องน้ำ...ให้มากกว่าเก่า
ความหวังที่ตั้งใจไว้...อาจได้มาง่ายๆก็ได้...

น้ำนี้แหละ...คือรางวัลตัวจริง นักวิ่งต้องรู้จริงๆ


ตอบโดย : อ.เปา



ผมยังจำได้ สงกรานต์มาราธอนที่สวนลุม
ตอนนั้น...ผมก็ไปเชียร์กับเขาด้วย...มันสนุกน่าดู
สนามสวนลุมมันมีต้นไม้บัง...ไม่มีแดด...แต่ไม่มีลม
เหมือนวิ่งในกระโจม....เล่นเอานักวิ่งเหงื่อแตกตามๆกัน..

จับเวลาของพี่ปั้นแต่ละรอบ....ๆ
ทำไมมันยาวขึ้น...ๆ....ๆ...15...16...17...(เป็นนาที)
ตอนหลัง...25 นาทีแล้ว...ยังไม่โผล่มา
ก็สงสัยว่า...วิ่งช้าลง...หรือ มัวสังสรรค์

เข้ามาในกลุ่มกองเชียร์แบบไม่มีอาการ
สักพัก...มานั่งเล่นอยู่ดีๆ....ออกอาการเสียแล้ว
เหมือนคนเป็นลม...ตกอกตกใจกันใหญ่
ดีที่มีรถพยาบาลมาดูแล...แต่เขาก็ไม่รีบย้ายไปโรงพยาบาล
ให้นอนเฉยๆต่ออีกพักใหญ่ๆ.....
รอให้ร่างกายฟื้นก่อน...จึงเอาไปรักษา

งานนั้น...จำได้เลย...นักวิ่งอย่าขาดน้ำ
อาจเป็นลมได้....ดีไม่ดี...ไม่ฟื้น

โดนเข้าไปเกือบหมื่น....อยากลืมก็คงลืมไม่ลง
ได้วัตถุดิบมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง...จ่ายค่าวัตถุดิบแพงลิบ...!

อาการขาดน้ำ...มันเริ่มที่วิ่งช้าลง...ๆ...ๆ
นักวิ่ง...ถ้ารู้สึกเหนื่อยมากๆ...

คำเตือนแรกก็คือ..."พอเถอะ"

ขืนวิ่งไป....ก็ไม่ชนะแล้ว...แล้วจะไปวิ่งต่อทำไม
ไปเอาคืนสนามข้างหน้าดีกว่า..


ตอบโดย : กฤตย์


ในอุลต้า 10 ช.ม.
ให้นักวิ่งชั่งน้ำหนักตัวเองก่อนสตาร์ทว่าเท่าไรจำไว้
ระหว่างการแข่งขัน ให้นักวิ่งชั่งบ่อยๆ
น้ำหนักที่พร่องลงไป ให้เติมน้ำเข้าไปจนได้ระดับเท่า
หรือจะเกินไปเล็กน้อยก็ยังได้ไม่เป็นไร

นี่เป็นตัวชี้วัดป้องกันชั้นดี
เตือนไว้ อย่าเอาความอยากน้ำเป็นตัวตัดสินว่าจะดื่ม
หรือไม่ จงดื่มรักษาน้ำหนักให้คงที่ไว้
ตาชั่งเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตชั้นดีที่ผู้จัดต้องหาไว้ให้
ไม่มีไม่ได้

 
 
โดย อ.เปา 23/08/2017 21:26
 
แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 158541
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.