กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
เวลาซ้อมอย่าลดราคา
 

เวลาซ้อมอย่าลดราคา
โดย อ.เปา

สมัยที่ผมเข้าไปหัดวิ่งในสวน ระยะทางเพียง 100 เมตรก็เหนื่อยแทบตาย
เห็นนักวิ่งซ้อมกันในสวน เราก็หวังไว้ว่าคงวิ่งได้ซัก 1 รอบ (700 เมตร)

เคยอ่านตำราของนายแพทย์กฤษฏา บานชื่น
อ่านอยู่หลายรอบบอกว่า...ต้องเดินซัก 3 เดือนก่อนค่อยออกวิ่ง

เพราะความที่กินแต่เหล้า..เที่ยวกลางคืน..ตื่นแต่เช้า
ร่างกายทรุดโทรมตอนไหนก็ไม่รู้
มารู้อีกทีตอน...เหรียญตกหยิบไม่ได้ มือเริ่มสั่น

กระดาษตก...ก็หยิบขึ้นไม่ได้....เอาแล้ว มือมันเริ่มสั่น
กลางคืน..ตื่นมาเยี่ยว 4-5 ครั้ง
ถามเพื่อนว่า..เป็นอะไร ?
มันตอบสั้นๆว่า..."ออกกำลังน้อย"

เลยตัดสินใจเด็ดขาดว่า...ข้าพเจ้าต้องเลิกเหล้า..เลิกบุหรี่..แล้วมาออกกำลังกาย

หาซื้อรองเท้าไปเรียบร้อย...กะว่าจะไปวิ่งในสวน
ถึงเวลา 5 โมงเย็น งานไม่จบก็ไม่ได้ไป
ระล้าระลังอยู่เป็นปี....จนลืมรองเท้าคู่ใหม่ไป

ตอนหลัง...ขึ้นบรรไดต้องพัก เพราะไม่มีแรงไปต่อ
ได้บทเรียนว่า...กินเหล้า สูบบุหรี่ เลิกไม่ยาก
เลิกแล้ว...ก็เลิกอีก เลิกหลายที่แปลว่า...เลิกไม่ยาก

วันที่จะเลิกเหล้า..ก็คือวันส่งท้ายปีเก่า
บอกกับขวดเหล้าว่า.."มึงกับกูจากกันตั้งแต่วันนี้"

แล้วก็ไม่กินมันอีกเลย...กลายเป็นคนมีศิลข้อ 5 อย่างบริบูรณ์
เดี๋ยวนี้ใครยกเหล้ามาให้...ก็สมเพชคนที่ยกมา เป็นทาสไม่รู้จักเลิก

ตอนถึงบทเลิกบุหรี่....วิธีง่ายที่สุดคือ "ไม่สูบ"

จากการสูบบุหรี่วันละ 4 ซอง มาเลิกเลย.....ผลคือ แทบบ้า
จำได้...ทุกวันตอนเย็นขณะเลิกบุหรี่...ไปอบตัวให้เหงื่อออกทุกวัน
กลับมานอน...ก็ไม่ทุรนทุราย...แต่

กว่าจะเลิกได้...ต้องผ่านด่านใกล้ตายเสียก่อน

วันนั้น...หายใจระรวยเหมือนจะหยุดเต้น..
คิดว่า..ถึงคราวตายแน่แล้วกู แทบหายใจไม่เป็น
อาการมันขาดยา...ทำให้ใจระริกๆ..เหมือคนใจจะขาด
ตัดใจแบบไม่รู้เรื่อง...ตายก็ตายเถอะ ให้หัวใจมันหยุดไปเลย
ตื่นมาอีกที...อาการต่างๆหายหมดสิ้น...

ถ้ารู้ว่าสูบบุหรี่แล้วอาการหัวใจจะเต้นปกติ ก็คงเอาแล้ว
ผ่านวันแห่งความใกล้ลงแดงตายมาแบบโง่ๆ...กลายเป็นหลุดบ่วงมาได้

ตอนนี้ใครมาสูบบุหรี่ตรงหน้า...ไม่มีอาการอยาก..ไม่มีอาการรังเกียจ

หลายคนที่เลิกบุหรี่แล้ว...เหม็นบุหรี่ พวกนี้จะเลิกไม่ได้

หลายคนที่เลิกบุหรี่แล้ว...หอมบุหรี่ พวกนี้จะเลิกไม่ได้

2 พวกนี้..ยังหวั่นไหว

คนจะเลิกได้...ต้องไม่หวั่นไหวต่อบุหรี่นั่นเอง

กลับเข้าสนามในสวนด้วยการเดิน...ๆ...ๆ....ๆ
เดินเพราะ..อ่านตำรามาแล้วต้องสะสมด้วยการเดิน

แล้วก็แทรกด้วยการวิ่ง 100 เมตร
วิ่งได้วันละ 100 เมตร กลายเป็นความยิ่งใหญ่ได้ยังไง ?

คำตอบคือ...ร่างกายที่ได้รับการออกกำลัง มันจะพัฒนา
แม้การออกกำลังเพียงเล็กน้อย....ก็มีคุณค่า
ระยะ 100 เมตร ได้เหงื่อท่วมตัว แปลว่าความฟิตมีแค่นี้เอง

ต่อไปเริ่มเอา เดิน + วิ่ง 200 เมตร ทำแบบนี้ไปหลายวัน
ก็เพิ่มไปทีละ 100 เมตร

วันหนึ่งก็วิ่งได้รอบสวน....คือ 700 เมตร ดีใจแทบตาย เราทำได้สมหวัง


จาก 1 รอบ + 100 เมตร อยู่หลายวัน ก็กลายเป็น +200 เมตร
ระยะทางยาวขึ้น..ๆ....ๆ จนวิ่งได้ 2 รอบ
และก็เพิ่มขึ้น..ๆ...ๆ..จนเป็น 3 รอย...4รอบ...5รอบ...

เล่ามาเพื่อบอกว่า..ขาขึ้นมันขึ้นได้ยังไง จนสามารถวิ่ง มินิมาราธอนได้
วิ่งมินิมาราธอนอยู่เป็นปี...ก็หยายามไต่ไปหา ฮาล์ฟ และ มาราธอน จนได้

ต่อมา...เกิดเป็นโรคความดันสูง ก็เลยลดระยะการวิ่งลง...
จากมาราธอน..มาฮาล์ฟ...มามินิ...สุดท้ายเอาแค่รอบสวน

ปรากฏว่า..ยิ่งวิ่งน้อยลง...ยิ่งเหนื่อยขึ้น

เดียวนี้..กว่าจะรอบสวน ก็แทบตาย
เหมือนโลกมันหมุนย้อนกลับ...ถามว่าเป็นเพราะอะไร ?

คำตอบคือ...ถ้าเราซ้อมน้อยลงความแข็งแรงของเราก็จะลดลง

ร่างกายเรามันไม่รู้หรอกมากหรือน้อย...มันก็จะจัดแค่เพียงที่จะใช้งาน

จึงอยากบอกนักวิ่งรุ่นหลังๆว่า.......เวลาซ้อมอย่าลดราคา

ลดราคา..จะลดความสามารถตัวเอง


 
 
โดย อ.เปา 5/09/2017 20:21
 
แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 141245
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.