กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
ดีดเท้า,แทงเข่า แบบไหนที่ถูกต้องเวลาวิ่งครับ
 

ปกติเป็นคนลงเต็มเท้าจังหวะการยกเท้าขึ้นจากพื้นเวลาวิ่ง ต้อง ดีดเท้า,ถีบ,แทงเข่า แบบไหนที่ถูกต้องแล้วลดภาระการทำงานกล้ามเนื้อได้ดีที่สุดครับ เคยอ่านมาเขาบอกให้โฟกัสที่ข้อเท้าแล้วยกขึ้นแต่พอทำ กลายเป็นเท้าดีดตลอดแล้วก็จะตึงน่อง แต่พอแทงเข่าก็รู้สึกว่าต้นขาหน้าทำงานหนัก ควรฝึกแบบไหนครับ
 
 
โดย อยากวิ่งดี [22/09/2017 20:44]
 

ความคิดเห็นที่ 1
ตอบโดย : เบญ
(13/09/2017 22:17)

 
 
ความเห็น:

มันยากสำหรับการอธิบายท่าวิ่งด้วยตัวอักษร แต่ก็จะลองดูนะครับ

อยากเห็นท่าวิ่งปกติของคุณนะ ว่ามีปัญหาตรงไหนบ้างหรือ
หรืออาจจะดีแล้วก็ได้ และถึงจะต้องปรับปรุง ก็ย่อมต้องฝึกให้เคยชินจนเป็นท่าธรรมชาติของตัวเองถึงจะรู้สึกประหยัดแรง แต่ฝึกแล้วยังฝืนๆ อยู่ มันก็อาจจะต้องใช้แรงมากเกินไปอยู่ดีก็ได้

สำหรับคนที่น่องยังไม่แข็งแรงพอก็วิ่งลงเต็มเท้าหรือกลางเท้าแล้วมีส้นช่วยประคอง ผมคิดว่าวิ่งด้วยปลายเท้าจนเกินไปก็ไม่ดีนักเพราะนอกจากเป็นภาระของน่องอย่างมากแล้ว มันก็อาจจะทรุดลงมาประมาณกลางเท้าในตำแหน่งที่เท้ามีแรงในรับน้ำหนักตัวและถีบตัวออกไปอีก (คิดว่าควรจะลงเท้าในตำแหน่งที่มีแรงรับน้ำหนักตัวและเป็นตำแหน่งกับที่มีแรงถีบตัว และฝึกให้จังหวะรับน้ำหนักตัวและถีบตัวนี้แทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน นั่นคือจังหวะที่เท้าอยู่กับพื้นควรจะสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งต้องประสานกับ cadence รอบขาหรือการสับขาด้วย ตำแหน่งที่เท้าลงพื้นมารับน้ำหนักก็ควรเป็นตำแหน่งใต้ตัว ไม่ควรอยู่ข้างหน้าตัวมากจนเกินไปจนเกิดจังหวะเบรคตัวเอง)

คิดว่าน่าจะคล้ายกับการปั่นจักรยานแบบมีตัวยึดเท้ากับบันไดจักรยานในแง่ที่ว่า กล้ามเนื้อในแต่ละส่วนของการวิ่ง(ตามจังหวะการวิ่ง) จะช่วยๆ กันออกแรง ไม่น่าจะเป็นภาระของส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป และถ้ายิ่งวิ่งเร็วขึ้น แต่ละส่วนก็ย่อมต้องออกแรงช่วยๆ กันให้มากขึ้น การก้าวยาวจนเกินไปก็ทำให้บางส่วนต้องออกแรงมาก หรือถ้าก้าวสั้นไปก็อาจจะเพิ่ม cadnece รอบขาหรือการสับขามากขึ้น(ใช้แรงในการสับขามากขึ้น)แต่ไม่ได้ระยะเท่าไร

คำว่าดีดเท้าของคุณไม่แน่ใจว่าหมายถึงอย่างไร(ไม่เห็นภาพ) เพราะถ้าเป็นการดีดเพื่อให้ตัวลอยสูงขึ้นในแนวดิ่งก็ถือว่ามีการเสียแรงโดยไม่ได้ประโยชน์ไปบางส่วน เพราะการออกแรงส่วนใหญ่ควรจะเพื่อพาเราไปข้างหน้า การดีดในแนวดึงก็เพียงเพื่อให้เราพ้นจากแรงดึงดูดของโลกเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

แต่ถ้าหมายถึงการดีดส่วนของส้นเท้าขึ้นมาหาก้น ผมคิดว่าจะดีดสูงแค่ไหนขึ้นกับความเร็วที่เราวิ่งด้วย ถ้าเคยฝึกพวก running drills หรือแบบฝึกขาในแต่ละจังหวะของการวิ่ง เริ่มจากท่าเข่าสูง (high knee) ที่เราจะยกเฉพาะส่วนของต้นขาขึ้น คือการก้าวขาเราจะไม่ก้าวทั้งขาเหมือนลักษณะการเดิน จังหวะถัดมาเราก็จะดึงต้นขานั้นลงมาผ่านใต้ตัวจนอาจจะเลยไปเล็กน้อย (คล้ายท่า B-skip แต่ในการวิ่งจริงขาส่วนล่างไม่ต้องยืดไปข้างหน้าขนาดนั้น) ซึ่งสัมพันธ์กับเท้าที่ลงพื้นมารับน้ำหนักและพยายามถีบหรือผลักเราให้ไปข้างหน้า ถ้าเราวิ่งเร็วก็ต้องดึงขามาเร็วอาจจะเกิดการสบัดเท้าขึ้นสูงขึ้น และเราก็เริ่มดึงต้นขากลับในลักษณะคล้ายท่าเตะกัน (butt kick)

ในการฝึกท่าเข่าสูง เราอาจจะฝึกให้เว่อร์กว่าความเป็นจริงสักหน่อยคือยกจนต้นขาขนานกับพื้น ในการวิ่งระยะไกลจริงเราอาจจะยกแค่ประมาณ 45 องศา ในจังหวะยกเข่าหรือยกต้นขานี้ อาจจะคล้ายกับลักษณะการแทงเข่า บางคนก็อาจจะอธิบายว่าเหมือนการแทางเข่าก็ได้ เพราะเราจะไม่เตะหรือยกทั้งขาเหมือนการเดิน

ผมไม่แน่ใจว่าตอบคำถามหรือเปล่า แต่ก็พยายามแล้ว ลองดูคลิปตัวอย่าง running drills เพื่อฝึกขาเพื่อให้เราวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

https://www.youtube.com/watch?v=vcH97Dx8VCk
   

ความคิดเห็นที่ 2
ตอบโดย : เบญ
(14/09/2017 10:17)

 
 
https://www.youtube.com/watch?v=T_W0blad4lc&t=4s

ลองดูท่าวิ่งของนักวิ่งมาราธอนที่แรงที่สุดในช่วงนี้ โดยเฉพาะคนเสื้อแดง pace ไม่ถึง 3 นาทีตลอด แต่ดูท่าวิ่งยังค่อนข้างสบายๆ ผ่อนคลาย และเนื่องจากเขาวิ่งเร็วมากส้นเท้าย่อมต้องสบัดหรือดีดแรงขึ้นมาสูงมาก

แต่ไม่ได้หมายถึงว่าทุกคนจะต้องวิ่งด้วยท่านี้นะครับ แต่ละคนก็อาจจะต้องปรับให้เหมาะกับตัวเอง จุดไหนที่ไม่มีประสทธิภาพหรือเปลืองแรง ถ้าปรับลดได้ก็จะดีสำหรับการวิ่งระยะไกลที่ต้องประหยัดแรงไว้

อ้อ ยังไม่รู้เลยว่าที่ถามหมายถึงท่าวิ่งสำหรับวิ่งระยะสั้นหรือระยะไกล หลักกว้างๆ อาจจะคล้ายกัน แต่ในรายละเอียดก็คงแตกต่างกันไปบ้าง เพราะระยะสั้นน่าจะเน้นว่าทำไงให้ไปข้างหน้าได้เร็วที่สุด (คล้ายรถสปอร์ตที่ไม่ได้สนว่ารถจะซดน้ำมันมากแค่ไหนนัก แต่สนใจที่จะไปให้เร็วมากกว่า) แต่ระยะไกลอาจจะเน้นที่ประสิืทธิภาพและการประยัดแรง
   

ความคิดเห็นที่ 3
ตอบโดย : การุณจันทร์ผ่องศรี
(14/09/2017 10:41)

 
 
พบเจอผมตามสนามแข่งขันมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การวิ่งกันได้นะครับ
มันตอบยากมากจริงๆ
ท่าวิ่งที่ดีควรเป็นในรูปแบบตามสรีระของตัวเองครับ
   

ความคิดเห็นที่ 4
ตอบโดย : อยากวิ่งดี
(14/09/2017 10:55)

 
 
ขอบคุณมากครับ เน้นวิ่งระยะไกลครับ เมื่อก่อนผมวิ่งลงปลายเท้า+ก้าวยาว เร็วจริงแต่ทำให้เจ็บง่ายเลยมีคนบอกให้ผมบอกเปลี่ยนท่าวิ่งให้ก้าวสั้นซอยถี่ ผมก็ลองมาอ่านศึกษาดูก็ลองทำตาม เช่น pose running ลองปรับมาหลายเดือน แต่ยิ่งวิ่งเหมือนยิ่งแย่ลงจาก วิ่งวันละ 10-16 กิโล จนตอนนี้วิ่ง 3-5 กิโลตึงน่องมากๆเลยครับ( วิ่งสองวันพัก 1 วัน )
   

ความคิดเห็นที่ 5
ตอบโดย : เบญ
(14/09/2017 13:13)

 
 
ผมซ้อมอยูสนามเทพหัสดินตอนเย็น แวะมาซ้อมมาคุยได้นะครับ
   

ความคิดเห็นที่ 6
ตอบโดย : K
(22/09/2017 20:41)

 
 
lhttps://youtu.be/xpcIWFzH1vw

ผมตึงน่องมากครับเวลาวิ่งแต่พอหยุดเดินสักแปปก็หายแก้ยังไงครับ (คลิปสั้นไปนิดขออภัย)
   

ความคิดเห็นที่ 7
ตอบโดย : K
(22/09/2017 20:44)

 
 
ขออภัยครับด้านบนก้อปลิ้งผิด


https://www.youtube.com/watch?v=xpcIWFzH1vw&feature=youtu.be
   

แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 453489
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.