กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
รู้ได้ยังไงว่า...ฝึกเกินพอดีไปแล้ว?
 

รู้ได้ยังไงว่า...ฝึกเกินพอดีไปแล้ว?
โดย อ.เปา

นักวิ่งที่ฝึก...ๆ...ๆ...แบบบ้าบิ่น
ต้องเจอจนได้ที่เรียกว่า...เกินพอดี

คำว่าเกินพอดี...ควรเข้าใจกันสักหน่อย ฝรั่งเรียกว่า OVER TRAINED

หลังการฝึก...เราหลับแล้ว ร่างกายยังซ่อมแซมตนเอง

ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเครื่องที่ฟิต...สดชื่น...พร้อมรับการฝึกอีกครั้ง
อย่างนี้เรียกว่า...ฝึกพอดี....ร่างกายหวนคืนปกติได้ทันเวลา


แล้วที่เกินพอดี....ก็คือ...ซ่อมยังไม่เสร็จ...ไอ้บ้ามันไปวิ่งอีกแล้ว
สงสัยว่า...ตอนหลับ..มันคิดถึงถ้วย+เงินรางวัล+ชื่อเสียง+เกียรติยศ...

ร่างกายยังไม่พร้อม...แต่ใจมันแกร่ง...ทนเอา...ๆ....ๆ...
ยิ่งมากยิ่งดี...มันคิดแบบนั้น
คิดแบบคนบ้าบิ่น....ไม่ต้องกลัวใคร..."เก่งไม่กลัว กลัวขยัน"
แม้กระทั่งไม่สนใจคำเตือนของร่งกายตนเอง

เวลาที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมตัวเองนี้แหละคือ...ความพอดี

หากพักแล้ว...ยังรู้สึกปวดเมือย...ตึง...
แปลว่า...ยังไม่จบเรื่องการพักผ่อน อย่าไปซ้ำเติมร่างกายเลย
การซ้อมวิ่งในสภาพไม่สด...เป็นการทำลายเสียมากกว่า

ปวดเมื่อย...หนักอึ้ง...ตึงตามกล้ามเนื้อ ข้อ เอ็น ไม่รู้จักหาย

นี่เป็นสัญญาณทางร่างกาย


สัญญาณทางใจเป็นไง...
ปวดหัว...เบื่ออาหาร...สถิติตก...อ่อนเพลีย...เชื่องช้า...น้ำหนักลด...ขี้เกียจ...ฯลฯ

หากมีการฝึกมากๆ....อ.กฤตย์บอกว่า..."มันไม่ดูด"..
ใครชอบดูด..หรือชอบโดนดูดต้องฟังให้เข้าใจ
แปลว่า...ไม่ดูดซับผลการฝึกซ้อม...
ไม่ใช่ดูดๆเลียๆ..แบบหมอนวดมันทำกับคนขี้เมื่อย...
อย่างนั้น...คงไม่ต้องไปห้าม...
รับสารภาพไปเลย "เลิกได้..ข้าพเจ้าเลิกไปนานแล้ว"

วีธีที่แน่ที่สุดว่า...ข้าพเจ้าฝึกมากไปหรือไม่...คือจับชีพจรตอนตื่นนอน

ถ้าชีพจรเต้นมากกว่าวันก่อนๆมากกว่า 5 ครั้ง ...ไม่ต้องไปฝึก...พักได้แล้ว
อันนี้บอกว่า...เมื่อวานเล่นแรงเกินไปแล้ว

ถ้าชีพพจรเต้นเท่าเคยมาทุกวัน...ไปเถอะ...อัดต่อได้เลย

จริงหรือไม่...ก็มาเล่าให้ฟังหน่อย...เพราะ

ที่พูดมา....ข้าพเจ้าลอกมาทั้งนั้น

เหมือนเอาขนมอร่อยๆมาฝากคุณๆที่ชอบน้ำยาป่าษร สนามศุภ ครับ
ผมยังไม่ได้ลอง...เห็นคุยนักคุยหนาว่าอร่อย..ๆ...ๆ...มาก...
กินแล้วยิ้มสวยเหมือนแม่ค้าสาวตากลม...อิ...อิ...
มายังไไปยังไงจะพูดเรื่องวิ่ง...ไปเป็นขนมจีนไปได้...
เดี๋ยวนี้...อ.เปา...ชักเป๋...


ตอบโดย : กฤตย์

ที่ว่าชีพจรเต้นเกิน 5 ครั้ง
ให้อธิบายหมายความว่า

ชีพจรขณะพัก ที่วัดตอนหลังตื่นนอนเช้า โดยยังไม่ลุกขึ้น
ให้ตะแคงตัวดูนาฬิกาข้อมือที่วางอยู่ข้างหมอน

วัดทุกวัน นักวิ่งจะพบว่า มันเท่าหรือไล่เลี่ยกันทุกวัน
ทีนี้ ถ้าวันไหนฝึกหนัก หนักจนเกินไป จนเข้าโซน
โอเว่อร์เทรน ชีพจรจะเต้นมากกว่าเดิม ในตอนวัด
ตื่นนอนนั้น ไม่ไล่เลี่ยกับที่เคย

ในทางวิชาการ ว่ากันว่า มากกว่าเดิม 5 ครั้งต่อนาที
นั่นเป็นสัญญาณครับ

จะเป็นได้อย่างนี้
นักวิ่งควรรู้ระดับของตัวเองอยู่ เคยวัดอยู่ก็จดก็จำไว้
ถ้าไม่รู้ระดับที่เคย เราก็เปรียบเทียบไม่ได้

นักวิ่งที่มีโค้ชดูแล
โค้ชต้องรู้ตัวเลขนี้จดไว้
เป็นดัชนีชี้ว่าเด็กนักกีฬาของตัวเองสามารถทนแผนฝึก
(ที่กำลังหนัก) อยู่ได้อีกหรือไม่ หรือว่าควรเบาแผนฝึก
ก่อนบาดเจ็บ

ที่กล่าวมาเป็นแบบวิชาการ เอาแบบวิ่งเอง ดูแลตัวเอง
ง่ายมาก เมื่อคุณเข้าโซนโอเว่อร์เทรน ไม่ต้องมาก
แค่ออกวอร์มก็น่าจะรู้แล้ว ว่า วอร์มแล้ว "ไม่ไหล"
วิ่งอืด ขาตาย ไม่อยากวิ่ง ฝืนเหมือนเครื่องจักรไม่ได้
หยอดน้ำมัน

นอกจากนี้ก็จะมีอาการร่วมต่างๆแตกต่างกันไป
บางคนมีอย่างโน้น ไม่มีอย่างนี้
บางคนมีหลายอย่าง เช่น

เบื่ออาหาร
อารมณ์ฉุนเฉียว
หลับยาก
ติดหวัด (ภูมิต้านทานตก)
หมดอารมณ์ทางเพศ

ฯลฯ ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นอย่างนี้ทุกคนนะ
แค่แนวโน้ม

ตอบโดย : สถาวร จันทร์ผ่องศรี

ขอบพระคุณ อ. บุญส่งที่อ้างถึงครับ

อ.เปาเขียนบทความที่ไร
ผมต้องแอบก๊อปปี้เก็บไว้อ่านทุกที

เรื่องการซ้อมเกินนี้...สำคัญมากนะครับ
นักวิ่งต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ
ในเรื่องของอัตราการเต้นของชีพจร
อย่างที่คุณลุงกฤตย์กล่าวถึง
มีประโยชน์มากๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง.....สำหรับคนที่จะเป็นโค๊ช
เพราะ.....จะเป็นตัวชี้วัดและกำหนด
ถึงความก้าวหน้า...หรือถอยหลัง
ของนักวิ่งได้ดีที่เดียว
สำหรับอาการที่จะบ่งบอกว่า
ฝึกหนักเกินความพอดี

1. หลังการซ้อมเกิน1 ชมแล้วร่างกายไม่ฟื้นตัว
มีอาการเวียนศรีษะ หิวน้ำตลอดเวลา
การทรงตัวผิดปกติ ทานข้าวไม่ลง
2. นอนไม่หลับ อึดอัด กระสับกระส่าย ร้อนภายในตัว
3. มี่อาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนแต่ตาแข็ง
4. กล้ามเนื้อมีอาการเจ็บแบบแปลบๆ
มีอาการเหมือนกล้ามเนื้อพองตัว
มีอาการกระตุกเป็นพักๆ
5. เมื่อลงฝึกซ้อมอาจวิ่งได้แต่วิ่งแล้วจะมีอาการ
หนักไปทั้งตัว เพิ่มความเร็วไม่ได้ ที่สำคัญ
เกิดอาการเบื่อหน่าย ซึมเซา ท้อถอยโดยไม่มีสาเหตุ

ยกมาเป็นตัวอย่าง....ที่เคยประสบมา
บางท่าน...อาจมีอาการที่นอกเหนือจากนี้
ต้องใช้การวัดชีพจร....ที่คุณลุงกฤตย์แนะนำ
ก็จะทราบผลได้ดีครับ

ขอบคุณครับ
 
 
โดย อ.เปา 26/09/2017 20:43
 
แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 870036
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.