กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
ความเร็วไม่ตก....ก็ถือว่าวิ่งเร็วแล้ว
 

ความเร็วไม่ตก....ก็ถือว่าวิ่งเร็วแล้ว



ในสนามแข่ง....

มีนักวิ่งปรารถนาจะทำเวลาให้ดีขึ้น โดยเข้าใจว่าจะวิ่งให้เร็วขึ้น

ความจริงควรทราบว่า...ถ้าพยายามวิ่งให้เร็วขึ้นจะทำให้ผลมันกลับช้าลง

การที่นักวิ่งพยายามวิ่งให้เร็วขึ้น....ยังไงก็ต้องช้าในตอนท้ายๆ

ทำไมจึงเป็นแบบนั้น ?

เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยพลังงานในการวิ่ง...ท่านใช้อะไร
ใช้ไขมันในการวิ่ง หรือ ใช้ไกโคเจนในการแข่ง

เวลาที่วิ่งๆไป...2 นาทีแรก ไกโคเจนทำงานก่อน
2-8 นาทีต่อมาระบบไขมันจะเริ่มเพิ่มเข้ามา ไกโคเจนจะถูกลดการใช้ลง

หลังจาก 8 นาที ระบบไขมันจึงจะเริ่มถูกนำมาใช้ ไกโคเจนเอาไปเลี้ยงสมองอย่างเดียว
หลัง 8 นาทีไปแล้ว..เราจึงวิ่งด้วยพลังไขมัน แบบนี้ทุกคน

วิทยาศาสตร์การกิฬาจึงสอนว่า..ให้ฝึกวิ่งวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20-30 นาที
นั่นแปลว่า..ฝึกก็คือการฝึกใช้ไขมันเป็นพลังงาน

ถ้าใครฝึกต่ำกว่า 8 นาที....ร่างกายจะไม่รู้จักไขมัน

ทำไมจึงต้องเป็นไขมัน....ตอบว่ามันเป็นแหล่งพลังที่มากมายในตัวเรา
การจะวิ่งยาวๆได้....ก็ต้องใช้พลังเป็นจำนวนมาก
ตัวที่ตอบสนองเรื่องนี้ก็คือไขมัน ตัวเสริมเป็นครั้งคราวคือไกโคเจน

พลังไขมัน กับ พลังความเร็ว มีสัดส่วนคงที่ของแต่ละคน
ความเร็วที่ร่างกายใช้ไขมัน....ใช้ได้ไม่รู้จักเหนื่อย

เมื่อไรที่เราวิ่งเร็วกว่า "ความเร็วไขมัน" ไกโคเจนจะถูกเอามาเสริม
เมื่อไกโคเจนมีจำกัด....การเสริมก็ทำได้จำกัด

ไกโคเจนนี้..เป็นพลังงานใกล้ชิดกล้ามเนื้อ แต่มีจำนวนน้อย
ที่สำคัญ....ไกโคเจนนี้...เป็นแหล่งพลังของสมองได้อย่างเดียว
สมองจึงจัดการกันพลังส่วนนี้ไว้ใช้การทำงานเองก่อน

เพราะถ้าเมื่อใดที่ไกโคเจนหมด....อาการแปลกๆจากสมองจะปรากฏ
ที่สำคัญ...คำสั่งจากสมองจะหมดไป หรือมีก็ช้า ผิดเพี้ยน
ที่เป็นมากก็คือ อาการบ๊องค์ ทำอะไรเพี้ยนๆไปเลย

การวิ่งโดยขาดไกโคเจนจึงทำไม่ได้...ถ้าขาดไปก็ต้องรอการผลิตจากไขมันก่อน
ตอนนี้แหละ....นักวิ่งจะไปต่อด้วยพลังไขมันเดี่ยวๆ....แล้วอย่าไปหวังชัยชนะ

นักวิ่งแนวหน้า...ฝึกแทบตายเพื่อให้ร่างกายเก่งในการบริหารพลังไขมัน
เพราะรู้แล้วว่า...จะลงสนามมารธอนต้องเตรียมพลังให้เพียงพอ
มิฉะนั้น...จะเหนื่อยเหลือเกิน ไม่ชนะด้วย

การเล่นกับพลังไขมัน....ต้องทราบว่า มันจะถูกเอามาใช้เมื่อความเร็วต่ำๆ
แม้เป็นความเร็วต่ำ...แต่เป็นความเร็วที่ไม่แสดงความเหน็ดเหนื่อยออกมา
ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า จะใช้ไขมันที่ความเร็วสูงได้ไหม ?


หรือถามอีกแบบว่า...จะใช้ไขมันด้วย + วิ่งเร็วด้วย ทำไง?

คำตอบเรื่องนี้คือ....การซ้อมยาว ไม่ใช่ซ้อมเร็ว

ซ้อมให้ร่างกายเคยชินกับการผลิตพลังในส่วนนี้นานๆ แล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น
การเพิ่มความเร็วขึ้นต้องมีเงื่อนไข...โดยยังคงใช้ไขมันอยู่นั่นแหละ

พูดแล้วจะมีคนเถียงว่า...วิ่งเร็วและใช้ไขมัน ทำได้หรือ ?
ตรงนี้...แนวหน้าแอบฝึกกันแทบเป็นแทบตาย เพราะมันไม่ง่าย

ตรงนี้...นักวิ่งทั่วโลกรู้ดีว่า ต้องซ้อมยาว คือฝึกเร่งกระบวนการผลิตพลังงานจากไขมัน

สำหรับการเตรียมตัวการซ้อมยาว....จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

แล้วจะรู้ได้ไงว่า...ร่างกายใช้ไกโคเจน หรือ ใช้ไขมันเป็นพลังงาน ?

คำตอบคือ....ถ้าร่างกายปราดเปรียว ว่องไวรวดเร็ว นั่นคือใช้ไกโคเจน
ความรวดเร็วนี้ มันเป็นคุณสมบัติของสิ่งมีชีวิตเพื่อ ล่าเหยื่อ หรือ หนีตาย

ทั้งล่าเหยื่อ และหนีตาย....เป็นการรักษาชีวิตไว้ทั้งคู่

ร่างกายคนเราก็เช่นกัน...ถ้าตื่นเต้น...ก็ใช้ไกโคเจน
ถ้าวิ่งแบบสบายๆ..มันก็ใช้ไขมัน

การวิ่งมาราธอน...เราจึงเห็นนักวิ่งทำได้แบบสบายๆ ไม่เร่งร้อน

การฝึกแบบไม่ร้อนรน....จึงเป็นหนทางนี้
จะเห็นว่า...ฟังแล้วมันคงยุ่งยากพอสมควรทีเดียว

ถ้าถามว่า..จะเอาอะไรมาวัดได้อีก
ตอบว่า...อัตราการเต้นของหัวใจจะบอกการใช้พลังงานได้

ถ้าหัวใจเต้นเป็นปกติ....ร่างกายก็จะไปหยิบเอาไขมันมาใช้
ถ้าหัวใจเต้นรัวคล้ายในช่วงต่อสู้....ร่างกายจะเอาไกโคเจนมาใช้
การซ้อมจึงซ้อมในอัตราที่ควบคุมเอาไว

นักวิ่งที่มีฮาร์ทเรท...จึงตอบคำถามได้ดี


พวกเคนย่า..จะซ้อมยาวเพื่อเพิ่มพลัง ทำให้วิ่งยาวได้สม่ำเสมอ
นักวิ่งที่ไปแข่งกับเคนย่า ตามไม่ทันก็จะพยายามทำความเร็วเพิ่ม
กลายเป็นจุดพ่ายแพ้...ที่ไม่ยอมก็แพ้อยู่ดี

ตีคู่ไม่นานก็หมดแรง...เพราะความเร็วที่เกินกว่าซ้อมมาไม่เกิดจากไขมัน
มันเกิดจากไกโคเจนที่มีจำกัด
ยิ่งวิ่งเร็ว....ไกโคเจนก็ยิ่งหมดเร็ว

หมดไกโคเจนแล้ว....ก็รักษาความเร็วไว้ไม่ได้
ยังไงก็ต้องไปหยิบเอาจากไขมัน คือวิ่งช้าอยู่ดี

อันว่าการหมดแรงก็คือ....วิ่งเร็วกว่าที่ซ้อมมา เหตุมันเป็นแบบนี้

พูดอีกแบบได้ว่า...."การรักษาความเร็วไม่ให้ตก...ก็ถือว่าวิ่งเร็วแล้ว"

เหมือนเคนย่ารอให้นักวิ่งไทยหมดแรงไปเอง...อิ..อิ


 
 
โดย อ.เปา [5/11/2017 13:01]
 

ความคิดเห็นที่ 1
ตอบโดย : หมูสบาย
(2/11/2017 14:49)

 
 
ขอแชร์ครับ
   

ความคิดเห็นที่ 2
ตอบโดย : หมูสบาย
(2/11/2017 14:49)

 
 
ขอนำไปแชร์ครับ
   

ความคิดเห็นที่ 3
ตอบโดย : พล
(4/11/2017 18:26)

 
 
ขอบคุณครับ...อาจารย์หายดีแล้ว แข็งแรงแล้ว ขอให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นครับ
   

ความคิดเห็นที่ 4
ตอบโดย : พล
(4/11/2017 18:36)

 
 
ขอบคุณครับ...อาจารย์หายดีแล้ว แข็งแรงแล้ว ขอให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นครับ
   

ความคิดเห็นที่ 5
ตอบโดย : พล
(4/11/2017 18:36)

 
 
ขอบคุณครับ...อาจารย์หายดีแล้ว แข็งแรงแล้ว ขอให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นครับ
   

ความคิดเห็นที่ 6
ตอบโดย : พล
(4/11/2017 18:36)

 
 
ขอบคุณครับ...อาจารย์หายดีแล้ว แข็งแรงแล้ว ขอให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นครับ
   

ความคิดเห็นที่ 7
ตอบโดย : พล
(4/11/2017 18:36)

 
 
ขอบคุณครับ...อาจารย์หายดีแล้ว แข็งแรงแล้ว ขอให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นครับ
   

ความคิดเห็นที่ 8
ตอบโดย : พล
(4/11/2017 18:36)

 
 
ขอบคุณครับ...อาจารย์หายดีแล้ว แข็งแรงแล้ว ขอให้แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นครับ
   

ความคิดเห็นที่ 9
ตอบโดย : พล
(5/11/2017 13:01)

 
 
ขอโทษครับ ผมเพิ่งเห็นว่าข้อความก่อนหน้า ขึ้นหลายครั้ง คงเป็นตอนกดส่งคำตอบโทรศัพท์เออเลอร์ ผมคิดว่าส่งไม่ได้เลยกดส่งหลายครั้ง (สังเกตตรงเวลาที่ส่งเป็นเวลาเดียวกัน)
   

แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 404612
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.