กลับหน้าแรก > กลับหน้ากระทู้
ชนกำแพง
 

ชนกำแพง
โดย อ.เปา

อาการชนกำแพง...ก็คือหมดเรี่ยวหมดแรง วิ่งต่อไม่ได้
เท่าที่จำได้ เกิดจากการวิ่งที่ยาวนาน และรวดเร็ว
ร่างกายผลิตกำลังไม่พอใช้
คือความสามารถในการหดตัวของกล้ามเนื้อ มันมากกว่าความสามารถในการผลิตพลังงาน
พลังก็ผลิตไม่ทัน...ไม่ทันยังไง...ว่ากันยาวทีเดียว

นักวิ่งก็ยังฝืนวิ่งไปๆ...ๆ....ๆ
ที่จะตามมาก็คือไกโคเจนหมดไป...
ตอนนี้ก็เหลือแต่พลังของไขมัน...ที่เอามาใช้ได้

ควรทราบว่าขบวบการเอาไขมันมาเป็นพลัง ถึงจะมีมาก แต่ก็มีขบวนการยุ่งยาก เสียเวลา
ถ้าเรายังใช้ไขมันเป็นพลัง...ไม่มีชนกำแพง

นักวิ่งก็ต้องพักผ่อนให้เวลาแก่ร่างกาย ผลิตสารเอทีพีขึ้นมาใหม่ คราวนี้ผลิตด้วยไขมัน...ก็ต้องเสียเวลา
ที่หมดเรี่ยวหมดแรง ก็กลับมีแรงไปได้อีก...หากได้พักผ่อน
การหมดแรงชั่วคราวนี้ คือความหมายว่า พลังที่จะใช้ทำความเร็ว หมดไปแล้ว
แต่ตอนหลังนี้..ท่านไปได้แต่พลังไขมันเท่านั้น..พลังเสริมความเร็วท่านหมดแล้ว
ถึงจะวิ่งต่อได้อีก ก็เป็นความเร็วจากไขมัน...
ซ้อมมาแบบไหนก็ไปได้แบบนั้น

พวกเคนย่ามันซ้อมแบบใช้ไขมันบ่อยๆ...ไปเร็วด้วยไขมันได้
เราต้องเอาอย่างมันบ้าง...และ
เราอย่าเอาไกโคเจนไปแลกหมัดกับไขมัน...ได้ไม่นาน...ก็หมด..

ดังนั้นการแข่งในแต่ระยะทาง...ต้องจ้องที่จะเก่งในระยะที่เคยซ้อมไว้...
เพื่อเอาไกโคเจนมาใช้ให้มีฟอร์มสูงสุด ในเวลาที่คาดหาย

ควรทราบว่าพลังจากไขมัน มีมากไม่จำกัดจำนวน ทำให้นักวิ่งออกแรงได้ย่าวนาน
แต่ไกโคเจน มีจำนวนจำกัด ใครสะสมไว้มาก มีโอกาสทำความเร็วได้เร็วและนาน เท่าที่สะสมได้

จึงเกิดการสะสมไกโคเจนก่อนแข่งขัน ในระยะเวลา 6-7 วันก่อนลงสนามจริง

นักวิ่งต้องบริหารพลังด้วยการใช้ไขมันให้มากๆไว้
เก็บพลังจากไกโคเจนเอาไว้แซงคู่ต่อสู้
ขณะวิ่งจึงต้องหมั่นผ่อนการวิ่งเร็วกว่าซ้อมไว้ มิฉะนั้นไกโคเจนหมดก่อน


หากนักวิ่งประสบกับการชนกำแพง...ไม่ต้องเสียใจ...ข้าพเจ้าไม่ต้องวิ่งต่อไปให้เสียเวลา...
ยอมแพ้ซะให้รู้แล้วรู้รอดไป

การบริหารการใช้งานไกโคเจน...ต้องเรียนรู้ไว้...มิฉะนั้น ท่านเจอ "ชนกำแพง" ได้

ลองมาพิจารณาว่าไกโคเจนใช้ได้นานเท่าใด...
หากวิ่งเร็วสุดๆ...ได้ 8 นาที
หากวิ่งไม่เร็วนัก ได้เฉลี่ย 1-2 ชั่วโมง
รู้อย่างนี้ บางคนคิดออกหมดแล้ว..

เวลายาวนานแค่ไหน..ท่านว่าดูตอนซ้อม
หากท่านใช้ไกโคเจนหมดในเวลา 1 ชั่วโมง....ต้องกะระยะวิ่งให้ไปหมดที่เส้นชัย...
แปลว่าไปชนกำแพงที่เส้นชัย...
อย่างนี้เรียกว่าสู้สุดตัว


หากโดนหลอกให้วิ่งเร็ว...ควรทราบว่าจะให้แนวหน้ามันหลอกได้กี่นาที
เพราะเต็มที่ได้แค่ 8 นาที

อย่าหลงไปไล่กวดแนวหน้านานนัก
ตัวหลอกอาจไม่ใช่ตัวจริง
จะพลอยชนกำแพงทั้งตัวหลอก ตัวล่อ

ดังนั้นอาการชนกำแพง เกิดได้เสมอ แม้จะมีการฝึกมาดี...
ความหมายก็คือ บริหารพลังในตัวไม่ดีพอ...
วางแผนมายังไง ไม่วิ่งตามแผน เกิดอยากประกบกับคนวิ่งเร็ว...เดี๋ยวก็จอด

นักวิ่งที่ชนกำแพงแล้ว...จะมีอาการบ็องค์ ตามมาได้
การช่วยเหลือต้องระมัดระวัง...คนช่วยอาจโดนชกได้


การชนกำแพงของแนวหน้า...แปลว่าหมดโอกาสชนะแล้ว

การชนกำแพงของแนวหลัง...แปลว่า ท่านซ้อมมาไม่ดี

การชนกำแพงของนักวิ่งทั่วไป...ก็คือ ใช้พลังไม่ถูกต้อง

หากจะเอาแค่...ทำได้
ใช้พลังไขมันเป็นหลักไว้ก่อน...ไม่เจอกำแพง
พูดอีกแบบก็คือ วิ่งช้า

วิธีก็คือ...วิ่งให้ช้าลง หายใจสบายๆ
อย่างนี้ ไม่ชนกำแพง...สุขภาพก็ดีด้วย

 
 
โดย อ.เปา 29/05/2019 20:18
 
แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 470902
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.