หน้าแรก > กลับหน้ากระทู้ขำขัน
เล่าให้หมดเปลือก งานบึงบอระเพ็ด เข็ดจนตาย
 

เรียน...เพื่อนรักนักวิ่งถนนที่เข้ามาอ่านทุกท่าน

เรื่องสั้นการวิ่งงานบึงบอระเพ็ด ที่ท่านได้อ่านนี้

เป็นเรื่องจริงของนักวิ่งถนนคนหนึ่ง
ดาราประกอบในเรื่อง ล้วนมีจริง 90%
มีการสนทนากันระหว่างนักวิ่งกับจนท./นักวิ่งอื่น ฯลฯ จริง
ไม่มีแสตนอิน ไม่มีสลิง ในการเขียน
โดยมี........สับปะรดขลุ่ย กำกับการแสดงครับ

หากการเขียนครั้งนี้ทำให้ท่าน ที่ได้รับการกล่าวถึงไม่สบายใจ
ต้องกราบขออภัยมา ณ.ที่นี้

เพียงเพื่อต้องการ ให้เพื่อนรักนักวิ่งถนน ที่เพิ่งผ่านการวิ่งแข่งมาฯ
ได้อ่านเรื่องสั้น เพื่อผ่อนคลาย ความเมื่อยล้า ความผิดหวัง
รวมถึงได้รับบาดเจ็บจากการวิ่งที่ผ่านมา
ได้บรรเทา ได้คลายเครียดกันบ้างตามอัธยาศัย
ขาดตกบกพร่องขอได้กรุณาอย่าถือสาเลยครับ

คำเตือน คำเตือน คำเตือน

ข้อพิจารณาในการอ่าน

ควรอ่านซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้ง ย้ำ 2 ครั้ง
ควรอ่านซ้ำอย่างน้อย 2 ครัง ย้ำ 2 ครั้ง

เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและมีแรงไปแข่งวิ่งถนนได้บ่อยๆขึ้น

............................

เอาละครับ ได้ฤกษ์เริ่มซะที (คนอ่านนั่งหาว แล้วละลุง)

เล่าให้หมดเปลือก งานบึงบอระเพ็ด เข็ดจนตาย

ครับท่านผู้อ่าน ผมก็ได้ชำระ อ.เปา อ.สถาวร ไปแล้ว หลายม้วนเซลล๊อกซ์ทีเดียว
อ.เปา สารภาพมาแล้ว แต่ ! แต่ยังออกข้างๆ ยังมีเหลี่ยม (ตามฟอร์ม)
ส่วน อ.สถาวร ฯ น่าจะยังเก็บตัว ไม่กล้าออกมาปฏิเสธหรือยินดีรับข้อหา ?

ด้วยความรีบร้อน ตอนที่แล้ว จึงได้สาธยายไว้แค่ช่วงกลางกับตอนจบ
ครั้งนี้ต้องเล่าให้หมด หมดเปลือกไม่เหลือหรอ จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย
ว่าอาจารย์ทั้งสอง จะยังดิ้นหลุดอีกไหม
( ดิ้นหลุด ดิ้นหลุด ภาษาพาไป อาจารย์ทั้งสองน่ะเป็นคน คนนะครับ อย่าไปคิดมาก55เอิ๊ก)

ก่อนวันจะไปแข่งวิ่งบึงบอระเพ็ด ในคืนวันศุกร์ผมฝันว่าได้ลูบคลำถ้วยรางวัล
รูปรางวัลที่เป็นปลาเสือตอ ตามที่ลงไว้ในโบรชัวร์เปี๊ยบเลย
ฝันอย่างนี้ มันย่อมเป็นนิมิตหมายที่บ่งบอกถึงโชค โชคที่จะได้รับ !
ในฝันนั้นลูบคลำแรงไปหน่อย เงี่ยงปลาได้ตำมือถึงเลือดโชก
เล่นเอาต๊กกะใจตื่น หาปลาสเตอร์ยามาพันไว้(เป็นการแก้เคล็ด)

สายๆวันนั้น ก็จัดแจงแต่งกายตามแบบที่คิด คิดว่านักวิ่งระดับเก๋าๆ เขาทำยังไง
เราต้องปฏิบัติตามนั้น ให้มันสมกับนักวิ่งระดับเท้าไฟผู้สูงอายุคนเดียวในเมืองไทย
ที่จะต้องโด่งดังเป็นพลุ ภายในข้ามคืนเดียว คอยดูซิ เราต้องทำได้

ไปนั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าร้านพงหลี ตามที่สืบทราบมา ราคาไม่แพง แค่ 140
ขึ้นไปนั่งเป็นท่า วางมาดนั่งวิ่งชั้นนำ ใส่เสื้อคลุมคอนเวิรดส์ รองเท้าวิ่งอย่างดี ยี่ห้อฟิลล่า
ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่านะ “ฟิลล่า” (ภาษาอังกฤษเก็บเข้าหม้อปิดฝาล็อคไปนานแล้ว)
นั่งไขว่อีเกก ฮัมเพลงวงควีน“We AreThe Champion”ย้อมใจล่วงหน้า จะได้ไม่ตื่นเต้นมาก
เวลารับถ้วย ! จะได้ไม่ออกการขาสั่น ประหม่าให้ขายขี้หน้ากรรมการ

ฮัมเพลง อยู่สักพักใหญ่ ชักจะเอะใจ เอ๊ะ ทำไมรถมันยังไม่ออกซักทีหว่า

อย่างนี้กว่าจะถึงนครสวรรค์ คงจะมืดแน่ๆ อยากรีบไปดูถ้วยรางวัลที่หน้างานจังเลย
ผ่านไปพักหนึ่ง ก็มีหนุ่มน้อยวัยรุ่น แต่งตัวเฮ้ว เฮ้ว เดินส่ายอาดๆ มาที่รถ ถามผมว่า
“ลุง ลุงตีตั๋วจะไปไหน ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่”
ก็ฉันจะไปนครสวรรค์ ว่าแล้วก็ควักกระดาษบางๆ เหมือนหางบัตรทั่วๆไป ยื่นให้ดู
ฉันซื้อตั๋ว จ่ายตังค์แล้วนะ เอ้าดูซะ ไอ้หนุ่มซื่อบื้อ

แต่ไอ้หนุ่มน้อย กลับไม่มอง ไม่แลบัตรโดยสารฯซะอีก
“ลุงจะไปนครสวรรค์เหรอ โน่นโน่น” ชึ้มือเฉียดศรีษะผมไปนิดเดียว
ถ้าหลบไม่ทัน น่าจะโดนนิ้วจิ้มเข้าลูกกะตา เป็นแน่แท้

“ไปขึ้นคันโน้นนะลุง คันนี้มันรถสำรอง จะไปพัทยา
ไปให้เร็วเลยลุง ที่นั่งเหลือแค่ 2 ที่ แล้วเหลือคันเดียวด้วย”

พ่อเจ้าแม่เจ้าเอ้ย พ่อเชิญให้เราไปขึ้นอีกคันหรือว่าไล่กันแน่นะ ผมคว้ากระเป๋าได้
ก็รีบเผ่นไปขึ้นรถคันนั้นทันที ได้ที่นั่งพิเศษสุด สำหรับคนขึ้นทีหลัง พิเศษยังไง?
ก็เก้าอี้เสริมนะซิ จะมีอะไร ที่นั่งก็เล็ก เบาะก็บาง พนักพิงก็สั้นนิดเดียว นั่งแล้วเจ็บตูดจะตายไป
กว่าจะถึงนครสวรรค์ อีกตั้ง 3 ชั่วโมง รีดสีดวงคงระบมน่าดูเลยเรา แล้วจะวิ่งไหวเร้อ

มันต้องเป็นลางสังหรณ์อะไรซักอย่าง ใช่ไหมครับ

ห้ามสมน้ำหน้าผมนะ เดี๋ยวโกรธ ไม่เล่าต่อซะเลย(มีขู่ซะด้วย)

ก็ฝ่าฟันไปถึงนครสวรรค์ ปลอดภัยดีทุกประการ ลงหน้าห้างบิ๊กก็ดี ประมาณเที่ยงเศษ
ท้องมันร้องจ๊อกๆ จ๊ากๆ บอกว่าได้เวลา ให้อาหารกลางวันแล้วลูกเพ่

ดูๆ ตัวเมืองนครสวรรค์ก็ไม่ใหญ่โตเท่าไร แต่กว่าจะข้ามสี่แยกเดชา ก็นานโขอยู่นะ
เดินตรงไป ทาง รร.สตรีนครสวรรค์ หาข้าวกินรองท้องกับแวะซื้อขนมปัง ตุนไว้กิน 4 ห่อใหญ่
อ.สถาวรฯ บอกไว้ก่อนวิ่งต้อง คาร์โบ ต้องคาร์โบ เอ้าคาร์โบ ก็คาร์โบ อัดเข้าไปคาร์โบฯ
ต้องเชื่ออาจารย์ แกสอนไว้ สอนไม่เอากะตังค์ซะด้วย ใจดีจังเลยอาจารย์รูปหล่อคนนี้
ความจริงผมแอบอ่านบทความในเวปบางขุนเทียนนี่แหละ(อายจัง) ตั้งใจอยู่เหมือนกันว่า
จะให้ อ.เปา กับ อ.สถาวรฯ เป็นโค้ช/เทรนให้ เสียเงินเท่าไรก็ยินดี ตังค์มีเยอะ
แต่กลัวท่านเห็นสารรูปผมแล้ว จะรับไม่ได้ ไม่ยอมสอนให้ต่างหาก ?

ซื้อ นสพ.อีก 2 ฉบับ เผื่อเอาไว้ดูหน้าบันเทิง ดูดารา ดูตอนเงียบๆ ตอนดึกๆ
(ไปบอกเขาทำไมเนี่ย)

ยามเหงาๆ ก็ยังจะมี นสพ. ไว้อ่าน จะได้ไม่ว้าวุ่น มีสมาธิในการวิ่งวันพรุ่ง !
แวะซื้อน้ำดื่ม เอาขวด 1500 CC อีก 2 ขวด ประหยัดดี ตระเตรียมกันถึงขั้นนี้ !
ก็จะขอบอกเรื่องรอบคอบนี่นะ ขอบอกว่าผมเป็นที่หนึ่ง

ว่าแล้ว ก็เอาของที่ซื้อทั้งหมดยัดลงกระเป๋า แต่....
ไอ๊หยา สัมภาระที่มีอยู่มันแน่นเอี้ยด ไม่ต้อนรับแขกผู้มาเยือน ให้เข้าไปร่วมอาศัยอีก
ไม่เป็นไรวะ ของที่ซื้อทั้งหมดเขาใส่ถุงก๊อบแก๊บมาแล้ว หิ้วเอาก็ได้ ชิล ชิล จิ๊บ จิ๊บ
แวะไปกินเอสเปรสโซ่เย็น เพิ่มคาเฟอีน ตามที่ อ.เปาฯ พร่ำสอนไว้ 1 แก้ว ที่ร้านสนั่นโคฟี่
สนั่นโคปี้หรือไงเนี่ย จำได้ไม่ถนัด ร้านอยู่ตรงข้าม รร.สตรีนครสวรรค์
ประชาสัมพันธ์ให้ก็ได้ ว่า รสชาติดี เข้มอร่อย เจ้าของร้านทั้งหญิง ชาย อัธยาศัยดีมาก

“ถ้าเจ้าของร้าน เข้ามาอ่านเจอข้อความนี้ ที่ลุงเขียนเชียร์ไว้
แล้วงานวิ่งปีหน้า ลุงยังมีชีวิตได้ไปวิ่ง ขอดื่มฟรีซักแก้วนะจ้ะ นะจ้ะ ???”
ไม่ค่อยงกเลยนะ

อิ่มท้องด้วยอาหาร+กาแฟอร่อยๆแล้ว ก็เริ่มมองหารถเมล์ที่จะวิ่งไปที่งานบึงบอระเพ็ด
ดาบธนูฯ เคยบอกไว้ว่ารถเมล์เขียว (จำแม่นขึ้นใจ) นั่งรออยู่ที่ป้าย พักเดียวรถก็มาถึง
แบกเป้ ถือถุงจิปาถะต่างๆ ที่ซื้อมา กระโดดด้วยความคล่องแคล่ว แสดงให้เห็นความฟิต
ความแข็งแรง ความทะมัดทะแมงของนักวิ่งสูงวัยที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกนี้อีกหนึ่งคน
คนนั่งในรถเมล์ แทบจะหันมามองกันเป็นตาเดียวเชียวแหละ !!!

ฮะแอ้ม.. ฮะแอ้ม.. ก็คนมันมีมาด มันเท่ห์ สมาร์ทออกขนาดนี้ ใครๆย่อมรู้
ผมนึกอยู่ในใจอยู่เช่นนั้น แล้วก็นั่งยิ้มอย่างสง่าผ่าเผย ควักเงินค่าโดยสารจ่ายไป 10 บาท
รถก็ออกวิ่งไป ผมก็คอยดูตามทางไป บึงบอระเพ็ด น่าจะสังเกตได้ไม่อยาก
รถวิ่งเลยสามแยกที่จะไปชุมแสง ? (ทางที่จะไปบึงบอระเพ็ด) ก็ชักจะเอะใจแล้ว เฮ้ เฮ้ เฮ้
มันจะไปทางไหนวะเนี่ย สักพักก็จอดที่หน้า รพ.เมตตา หรืออะไรทำนองนี้ ก็เลยถามคนขับว่า
ไปบึงรึเปล่า คนขับตะโกนกลับมาว่า “ เปล่า ไปสถานีรถไฟ ”
เอ๊า มันสถานีอะไรกันวะ ฉันจะไปบึงบอระเพ็ด แล้วทำไมมันเป็นอย่างนี้

ชักจะหงุดหงิดอยู่บ้าง ตั้งแต่ออกจากบ้านมาถึงที่นี่ ก็แสนจะกะปลกกะเปลี้ยเป็นที่สุด

เดี๋ยวไม่ไปวิ่งซะเลย หงุดหงิดนะ หงุดหงิดนะ
ต้องลงจากรถเมล์เขียว แล้ววิ่งหน้าตั้ง ข้ามถนน 8 เลน ต้องวิ่งให้เร็ว ไม่งั้นโดนรถชนตาย!
รถเมล์เขียวอีกนั่นแหละ แต่คราวนี้นั่งกลับ ไปลงแค่สามแยกไปชุมแสง โดนไปอีก 10 บาท
ถึงสามแยก ลงรถเมล์แล้วก็ต้องวิ่งข้ามถนน 8 เลน อีก ไปนั่งรอรถเมล์ที่จะวิ่งไปชุมแสง
คิดซะว่า ที่วิ่งข้ามถนน 8 เลน หลายๆครั้ง ก็เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายอบอุ่น เลือดเดินสะดวก
รับรู้ ได้วอร์มเตรียมตัวต่อการที่จะต้องวิ่งแข่งในวันพรุ่งนี้ ตามที่ อ.บุญส่ง ฯ เคยบอกไว้
คิดแค่นี้ ก็สบายใจไปแปดอย่าง(ปลอบใจตัวเองครับ จริงๆแล้วปวดเมื่อย ขาจะลากอยู่แล้ว)
จนร่วมบ่ายสองโมง จึงมีรถเมล์เหลือง วิ่งไปท่าตะโกแต่ผ่านบึงบอระเพ็ด จึงได้โดยสารไป
ค่ารถอีก 13 บาท ขาดตัว กระปี๋เป็นอาซิ้ม เก็บตังค์ค่าโดยสาร หน้าตาของแกคงไม่ได้รีด
ออกจากบ้านคงลืมรีดหน้า ใครเห็น ก็ต้องบอกว่า มันยับย่น ยู่ยี่ เหมือนเจ้าบ๊อกเซอร์ที่สุด
แกถามผมว่า “จะลงไหน” “ลงบึงบอระเพ็ด ถึงแล้วบอกด้วย จอดให้ด้วย”
สั้นๆแต่ก็ชัดเจน

ปรากฏว่ารถเมล์เหลืองวิ่งเลยบึง วิ่งเลยบึงบอระเพ็ดครับ
แถมให้ฟรีๆ เกือบหนึ่งป้าย ทันสมัยเหมือนรถเมล์ใน กทม.
ที่บอกว่าคืนภาษีให้ประชาชน เอื้ออาทรอะไรอย่างนั้น เป๊ะเลยท่าน

ต้องตะโกนบอกคนขับ ถึงได้หยุดรถให้ลง

โอย เหนื่อยว่ะ งานนี้เหนื่อยว่ะ (นึกอย่างนี้จริงๆ)

รถเมล์จอดปั๊ป ผมก็กระโดดปุ๊ป เอ๊... ยังคล่องแคล่วอยู่นี่หว่า เราเนี่ย
ในขณะนั้น รถเมล์ยังไม่ออก มีเสียงเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ประตูท้าย ตะโกนบอกเราว่า
ลุง ลุง ลุงลืมถุงยังชีพ ถุงพระราชทานไว้บนรถนี่

อะไรกันหว่า ไอ้ถุงยังชีพ มันเป็นยังไง ยังชีพใคร ใครลืม ทำไมมาบอกเรา?
ก็มีเรา ที่ลงจากรถมาคนเดียว จะมีใครอีกล่ะ
แล้วเด็กหนุ่มคนนั้น ก็ยื่นถุงก๊อบแก๊บที่อัดแน่นไปด้วยขนมปัง น้ำดื่ม 2 ขวด
ยื่นลงมาให้
ถุงพระราชทานที่ไหนกัน ร้านสะดวกซื้อคิดตังค์ฉันทุกชิ้นที่ให้มา

แหม แหม เจ้าหนุ่มน้อย ดันมาเรียก“ถุงยังชีพ” คนในรถเมล์ หันมามองเรากันหมด
อายเขาจังเลย (ก็เล่นมองมาที่เรากันทั้งรถอย่างเนี้ยะ ใครจะไม่อาย)
ทำอย่างกับเราเพิ่งกลับมาจากอำเภอ จากจังหวัด รับถุงยังชีพมาอย่างนั้นจริงๆ
ช่างไม่มีตาเอาซะเลย พ่อหนุ่มน้อยเอ๋ย
หรือว่าท่าทางของเรานี่ มันออกจะบ้านน๊อก บ้านนอก ก็ไม่รู้?

เฮ้อ เกือบจะต้อง ไปตายเอาดาบหน้าซะแล้วนะเรา ซื่อบื้อเสียจริง

ก็ทำตัวเหมือนคนบ้าหอบฟางซะอย่างนี้ ? ใครเขาจะตรัสรู้ได้ล่ะลุง
เคยได้ยินแต่ “บ้านนอกเข้ากรุง”
แต่เพิ่งจะมี “คนกรุงบุกบ้านนอก”

ก็อย่างนี้แหละครับ อภัยให้ได้ ไม่ถือสาหรอก
ใจกว้างเสมอสำหรับลุงคนนี้ 555 เอิ้ก......

สงสัยจะไม่จบซะแล้ว อากาศมันหนาวมาก มือที่เขียนมีอาการบอกว่า
จะหงิกแล้วจ้า จะหงิกแล้วจ้า นิ้วล็อค พักก่อนเถอะ พักก่อนเถอะ

ขอต่ออีกซักตอน นะครับ
ตอนหน้าสนุกแน่ ตั้งแต่สมัคร ถึงเข้านอนและตื่นขึ้นมาวิ่ง จบแน่นอน..
อ.เปา อ.สถาวร เตรียมตัวจบไว้ด้วย
สอนยังไง ให้ลูกศิษย์เอก ปั้นมากะมือ วิ่งแพ้ ฮือ ฮือ ฮือ

......... ชอบไม่ชอบบอกด้วย .. ตำหนิติชมได้ครับ ..........
 
 
โดย รู้ไป ก็อายเขา [17/06/2014 09:50]
 

ความคิดเห็นที่ 1
ตอบโดย : นักวิ่งเพื่อสุขภาพ
(17/06/2014 09:45)

 
 
เขียนได้น่าติดตามมั่กๆ
   

ความคิดเห็นที่ 2
ตอบโดย : นักวิ่งเพื่อสุขภาพ
(17/06/2014 09:50)

 
 
เขียนได้น่าติดตามมั่กๆ
   

แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 966945
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.