หน้าแรก > กลับหน้ากระทู้รูปภาพงานวิ่ง
" วิ่งจ๊อก เคยเช็คอัตราการเต้นของหัวใจกันบ้างมั๊ย? "
 





" วิ่งจ๊อก เคยเช็คอัตราการเต้นของหัวใจกันบ้างมั๊ย? "

การวิ่ง จ๊อก
ช่วง วอร์มอัพ, คูลดาวน์, และฟื้นสภาพRecovery
กันอย่างไรบ้าง (หนึ่งในสาเหตุ โอเวอร์เทรนด์1)

อะไรจะเนี๊ยบขนาดนี้ เปล่านะครับ
ไม่ว่าเรื่องใดๆ Basic พื้นฐาน เป็นสิ่งที่ปล่อยผ่านไม่ได้
ยิ่งมีเป้าหมายเพื่อชัยชนะ ยิ่งซ้อมยิ่งเจอปัญหา ทางตัน
ส่วนมาก ต้องวิ่งกลับมาหาโปร โค้ชผู้มีความรู้
หาสาเหตุทำไมสถิติถึง ไม่ทะลุกำแพง ซักที
การแก้ปัญหาของผู้ควบคุมการฝึกซ้อม
มักกลับมาที่ base training สำรวจการตกพื้นฐาน

จากประสบการณ์การซ้อมวิ่ง
ก่อนวิ่งก่อนยืดเหยียด ต้องวอร์มร่างกาย ใช้การจ๊อค วอร์ม
หลังวิ่งเสร็จก่อนยืด ต้องคูลดาวน์ร่างกาย โดย วิ่งจ๊อคเบา
ช่วงลงคอร์ท มีช่วงจ๊อก เพื่อฟื้นสภาพ Recovery
ก่อนที่จะ ออกวิ่งใน Lapเที่ยวต่อไป

ในรูปแบบการจ๊อคเหล่านี้ เมื่อกลับมาสู่เบสิคพื้นฐาน
ปรากฏว่า 90%ของนักวิ่งหน้าใหม่ วิ่งจ๊อคผิดโดยไม่รู้ตัว !
และก็ไม่มีใครชี้แนะเตือน ให้ความสำคัญในเรื่องนี้

ข้อมูลตาราง โซนหัวใจ
อัตราการเต้นหัวใจ โซน1 50-60%max hr
ลักษณะไร้แรงต้านถึงแรงต้านต่ำ เหมาะ วอร์มอัพ คูลดาวน์ ฟื้นสภาพ
อัตราการเต้นหัวใจ โซน2 60-70%max hr
เริ่มมีแรงต้านต่อกล้ามเนื้อ เป็นจุดเริ่มต้นของการออกกำลังกายระดับต้น

จึงสรุปได้ว่า ขณะที่เรา วอร์มอัพ คูลดาวน์ ฟื้นสภาพ ด้วยการจ๊อกเบานั้น
คำว่า จ๊อกเบา นั้น ใช่การจ๊อกที่แท้จริงหรือไม่
หรือเป็นเพียงแค่ความชินต่อความรู้สึกว่า ได้จ๊อกเบา
ด้วยการก้าวช้าๆเนิบๆ ไม่ได้พิถีพิถันอะไรนัก เพราะชินกับมัน
ดังนั้น สำหรับคนที่คาดสายวัดหัวใจ ต้องเช็คกันหน่อย
ว่าค่า การเต้นหัวใจที่เท่าไหร่, โซนไหน, กี่%maxhr ดูค่าไหนก็ได้
ถ้าค่าอยู่โซน1 ถือว่าโอ ให้สามผ่าน ถูกต้องเป๊ะเว่อร์เลย
ถ้าค่าอยู่โซน2 อนุโลมในนาทีต้นๆของการเริ่มจ๊อก
แนะนำให้ ลดความเข้มข้นเพื่อลดอัตราการเต้นลงมาโซน1ให้ได้
ถ้ายังไม่ได้ก็ต้องเดิน walk กันทีเดียว

แล้วมันเกี่ยวกับสาเหตุ โอเวอร์เทรนด์และทางตันของสถิติอย่างไร
คำตอบก็คือ " เมื่อจ๊อกของเรา ไม่ใช่จ๊อกที่แท้จริง
มันทำให้ เราออกกำลังกายหนักตลอดช่วงเวลาการซ้อม "
ไม่มีการฟื้นสภาพที่แท้จริงเกิดขึ้น เริ่มออกวิ่ง หัวใจก็ทะลุโซนกันแล้ว
แต่เราก็คิดว่ามันคือ การจ๊อกเบา จากความเคยชินและพูดจนติดปาก
จากประสบการณ์ในสนามเห็นนักวิ่งจำนวนมากวิ่งจ๊อกหัวใจโซน2-3
อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่าจ๊อกเบาแล้ว มันเป็นความหนักระดับคาร์ดิโอไปแล้ว
และยิ่งเป็นนักวิ่งแข่งขันร่างกายก็จะกรอบโดยไม่รู้สาเหตุ สถิติก็ไม่ดีขึ้น
กว่าจะค้นหาข้อผิดพลาดเจอ ก็เจ็บไปก่อนซะแล้ว
เพราะที่ผ่านๆมา กลายเป็นซ้อมหนักทุกวัน ทั้งๆที่จัดตารางเบาให้แล้ว

หมายเหตุ1 ความหนักของการวิ่งจ๊อก ดังกล่าวนี้ ไม่ได้ถูกต้องเสียทั้งหมด
ยังมีข้อยกเว้น สำหรับเป้าหมายการซ้อมของตาราง เช่น
ความเร็วต่อเนืองอดทน อื่นๆ ต้องอาศัยการจ๊อกเป็นตัวฝึกซ้อม
เด่นกว่าการวิ่งระยะในคอร์ทนั้นด้วยซ้ำ ดังนั้น ความหนักของการจ๊อก
จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นจ๊อกสั้น จ๊อกเร็ว แค่ผ่อนความหนัก
อาศัยการมีฐานเอนดูแรนซ์โซน2 ปอดหัวใจแข็งแรง
ร่างกายจะฟื้นสภาพได้รวดเร็ว สามารถยืนระยะพักสั้นได้ เป็นต้น
เหล่านี้เป็นข้อยกเว้น
ส่วนความกังวล ก่อนลงคอร์ทละวอร์มไม่ถึง กล้ามเนื้ออาจบาดเจ็บได้
เป็นคำกล่าวที่ถูกแต่ขาดลายละเอียด ก่อนลงคอร์ทบางสำนักให้วอร์มหนัก
บางสำนัก จะมาเน้นที่การยืดเหยียดและ สไตร๊คกระตุ้นร่างกาย ละเอียดกว่า

หมายเหตุ2 แล้วนักวิ่งที่ไม่มีอุปกรณ์สายวัดHRละ
แค่พิถีพิถัน ใส่ใจในความรู้สึก ด้านหายใจสบาย ไม่มีอาการหอบ
เริ่มมีเหงื่อซึมรุ้สึกเย็นตามผิวจากเหงือที่โดนลมตรงข้ามกับตัวที่เริ่มอุ่นขึ้น
แค่นี้ก็เพียงพอไม่ต้องกังวลเสียเงินซื้อกับอุปกรณ์สบายกระเป๋าแล้ว

ประสบการณ์ข้างสนาม หวังว่าคงเป็นประโยชน์
น้อยวิซ
17 กย.2558
 
 
โดย น้อยวิซ [23/11/2017 09:15]
 

ความคิดเห็นที่ 1
ตอบโดย : น้อยวิซ
(23/11/2017 09:15)

 
 
ขอบคุณ
ชมรมวิ่งบางขุนเทียน ที่ให้ความสำคัญ ต่อใจ ครับ
   

แสดงความคิดเห็น :
ข้อความ :
CODE ** กรุณากรอกหมายเลข 508328
โดย :
(Username)
Password(สำหรับสมาชิก)
   
   
ประวัติชมรมวิ่ง | สมัครสมาชิก | ข่่าวสารงานวิ่ง | สาระน่ารู้ | กระทู้พูดคุย | รูปภาพงานวิ่ง
Copyright @ 2007-2010 www.bangkhunthianjoggingclub.com. All rights Reserved. Powered By knsworldnet.com|.